top gun maverick หนังฝรั่ง Netflix

top gun maverick

top gun maverick หนังฝรั่ง Netflix

top gun maverick หนังฝรั่ง Netflix แต่ช้าก่อน ! หากจะมีความคิดว่านี่คือหนังก๊อปปี้ลอกลายของหนังภาคแรกล่ะก็..บอกเลยว่าคิดไม่ถูกครับ เพราะเหตุว่าเอาจจะริง ๆ บทหนังฉบับของทีม คริสโตเฟอร์ แม็กควอร์รี (Christopher McQuarrie) ได้จัดแจงปัดฝุ่นเอาจำเพาะส่วนที่เป็นไอคอนมาใช้ เราจึงยังแสดงตัวฉากเปิดเรื่องคลาสสิกหรือจนถึงฉากวอลเลย์บอลชายหาดโชว์กล้ามมาเรียกแขกบรรดาสาว ๆ เหมือนหนังภาคแรก

แต่ลดชั้นความโบรแมนซ์ที่เคยเกาะกับหนังมาจากตัวละครมาเวอร์ริกกับไอซ์แมนลงเหลือเพียงความใจ เ ก เ ร บางส่วนผ่านการแข่งขันชิงชัยของ รูสเตอร์ และ แฮงค์แมน (รับบทโดย เกลน โพเวลล์ Glen Powell) ที่ยังให้ภาพมิตรภาพลูกเพศชายชมหนักแน่นในเวลาเดียวกันไปกับปมดรามาสุดเข้มข้นตอนมาเวอร์ริกและรูสเตอร์ที่ดูจะเป็นจิตใจและข้อขัดแย้งสำคัญที่หนังใช้ผลักกราฟของหนังให้พุ่งขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั้งเรื่อง

ท้ายสุดควรต้องขอบคุณมากพระเอก “ทอม ครูซ” ที่ดื้อแพ่งไม่ยอมให้ พาราเมาต์ปลดปล่อยหนังหัวข้อนี้ลงสตรีมมิ่ง ในความเป็นจริงแล้ว Top Gun : Maverick ควรต้องฉายตั้งครั้งก่อนยุคโควิดด้วยซ้ำ แต่ด้วยเหตุว่างาน Post-Production ไม่เรียบร้อย ก็เลยจะต้องดีเลย์ช้านานนับปี top gun maverick พอเลื่อนมารอบแรกก็เหน้าจอโควิดเข้าไป ทำให้เลื่อนอีกบ่อยครั้ง รวมจากซอฟต์แวร์แรกที่วางไว้ก็เกือบ 3 ปี จนตอนท้าย Top Gun : Maverick ก็ได้เหมือนกันเจอกับผู้ชมบนหน้าจอภาพยนตร์ ที่ๆเยี่ยมที่สุดในการดูหนังประเด็นนี้

และไม่เพียงแค่มันจะเหมาะสมกับการดูในโรงแล้ว Top Gun ยังเปิดเผยให้ปรากฏข้อดีของระบบพิเศษทั้งหลาย ทั้ง IMAX จอยักษ์ที่เพิ่มลำดับขั้นความตื่นตา, ระบบ 4DX ที่น่าจะมีผลให้ผู้ดูเหมือนอยู่บนเครื่องบินจริงๆ และปัจจุบันนี้กับ Screen X ที่ว่ากันว่าเหมือนเราได้นั่งอยู่ในห้องนักบินกับนักแสดงเลยทีเดียว ! ผู้ใดสบายระบบไหนก็ลองทำให้พบความจริงกันชม และไม่จะต้องกลัวว่า ไม่เคยชมภาคแรกจะชมไม่เข้าใจ ด้วยเหตุว่ามันถูกออกแบบมาให้ชมแยกได้..และจะก่อให้คุณต้องการกลับไปจับ Top Gun ในปี 1986 กลับมาดูอย่างแน่ๆ

top gun maverick

พื้นที่ของเพศหญิงในโลก ของนักบิน

ในภาคนี้ ไม่มีทั้งชื่อเรื่องและเงาของนางเอกคนเก่า อย่าง Charlie (Kelly McGillis) ส่วนแม่ของ Rooster หรือภรรยาของ Goose (Meg Ryan) ก็โผล่มาแค่การพูดถึงอย่างเบา ๆ นางเอกหน้าใหม่ของกัปตัน Maverick ในภาคนี้คือ Penny Benjamin (Jennifer Connelly จาก A Beautiful Mind) คุณแม่ลูกติดและเจ้าของบาร์ ที่ในภาคแรก โผล่มาแค่ชื่อเรื่องประปรายว่าเป็นบุตรสาวนายพลที่พระเอกของเราเคยไปจีบ ๆ

เห็นได้ชัดพล็อตเช่นนี้คนชมหนังมาเป็นจำนวนมาก ถ้าจะคาดเดาเรื่องได้ไปยันจบก็อาจไม่แปลกอะไร ซึ่งก็จริงเหตุเพราะ Top Gun: Maverick ไม่ได้โดดเด่นในด้านของความซับซ้อนเนื้อเรื่อง มันโดยง่าย

ตรงไปตรงมา ทว่าก็ไม่ใช่ข้อขัดแย้งเลยเนื่องมาจากหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องดำเนินเรื่องได้ดีที่สุดมาก ที่จริงก็เกิดเรื่องน่าแปลก ถึงแม้ผมจะบอกว่าเล่าเรื่องได้ดี แต่มันก็ไม่ได้ฉูดฉาดฉวัดเฉวียนหรือเต็มไปด้วยเทคนิคโชว์ของแบบซือเจ๊หรือหนังยุคใหม่ ในทางกลับกันมันมีความเป็นหนังสมัย 80-90 เล่าเรื่องไปตามชั้นในจังหวะที่ถูกต้องแม่นยำมุ่งเน้นความอีโมชันแนลที่มีสาเหตุมาจากการส่อให้เห็นควบรวมไปกับสถานการณ์ในเรื่อง เพซของมันไม่น่าใช่หนังสมัยใหม่เลย แต่กลับกลมกล่อม คลาสสิค เต็มอารมณ์ แถมไม่ตกสมัยอีกด้วย เรียกว่าผู้กำกับ โจเซฟ โคซินสกี้ ยกระดับความสามารถของตนเองขึ้นมาได้อย่างน่าตกอกตกใจ

รีวิว หนังใหม่ (ฟ้าเหนือฟ้า 2) ข้างหลังเข้าฉายในไทย วันนี้ 27 พ.ค. 2565 อีกหนึ่งมถ้าาพย์ภาพยนตร์เอกสารยักษ์แห่งปี 2022 จัดเตรียมเผยเนื้อหาเรื่องย่อ พร้อมไขปมการตายของ Goose จาก ภาค 1

กระแสดีไม่มีตก ทีมงาน The Thaiger เลยจะขอ รีวิว หนังใหม่ ข้างหลังเข้าฉายครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 เดือนพฤษภาคม 2565 พร้อมรับคะแนนจากเว็บ IMDb ไปมากถึง 8.7 / 10 และคะแนนจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังชื่อเรื่องเช่นเดียวกับอย่าง Rotten Tomatoes ไปที่ 97% และคะแนนจากฝั่งคนชม 99% โดยใน ภาคนี้ เป็นภาคต่อจาก Top Gun 1 เมื่อปี 2529 (1986) ซึ่งห่างจากภาค Maverick สูงถึง 36 ปี

หลังจากรับราชการเป็นนักบินลำดับขั้นท็อปของกองทัพเรือมาช้านานกว่า 30 ปี พีท “มาเวอริค” มิทเชลล์ (ทอม ครูซ) กลับมาสู่ที่ซึ่งเหมาะกับเขา เขากลับมาเป็นนักบินลองผู้กล้าหาญและหลีกหนีจากวิวัฒนาการทางการงาน เขากลับมาฝึกหน่วยท็อปกันเพื่อที่จะทำหน้าที่พิเศษในรูปแบบที่ยังไม่เคยมีนักบินที่ยังมีชีวิตอยู่เคยเห็นได้ชัดมาก่อน ดูหนังใหม่ชนโรง Top Gun: Maverick (2022) ท็อปกัน มาเวอริค

ส่วนตัว …ผมถูกใจ Top Gun : Maverick ชอบแบบถูกใจมากๆ คือไม่ฉงนใจเลยนะที่คนชมหนังรอบแรกที่เมืองคานส์ จะลุกขึ้นปรบมือให้หนังช้านานกว่า 5 นาที ..นี่คือหนังที่เติมเต็มความสุขแบบยุคเก่า เข้ากับ ความเป็นรูปยนตร์สมัยใหม่ได้อย่างเหมาะสมที่สุด ..เรายังแอบคิดเล็กๆ ว่าเด็กๆ รุ่นใหม่น่าจะถูกใจนะ พวกเราก็อยากให้เขาได้ปรากฏ นี่ไง หนังเช่นนี้ไงที่รุ่นพ่อๆ ลุงๆ อาๆ เขาชมกัน คงมิได้มันแหลกราญแบบมาร์เวลที่ถูกใจชม …แต่หนังมันมีเสน่ห์ แบบชี้แจงผิด เนื่องมาจากภาพทุกภาพ เฟรมทุกเฟรมในหนัง มันแจกแจงไว้หมดแล้ว

มาเริ่มต้นกันที่เรื่องบทกันก่อน บทเขียนมาดี เกลี่ยบทได้ดี ผู้แสดงสมทบอื่นๆ มีบทแบบไม่นิดหน่อยไปไม่มากไป และตัวละครแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนความจำได้ไม่ยาก บทเรียงแต่งเรื่องมาดีมากๆเหมือนกัน เริ่มต้นที่การฝึกหัด ให้ป๋าทอมโชว์เทพให้เด็กๆมันชม และรวมทั้งค่อยๆคลายปมต่างๆไปเรื่อยๆ แต่ระหว่างทางก็มีฉากบันเทิงใจๆ แวะมาให้ดูตลอดทั้งเรื่อง ไร้ณ เวลาไหนน่าเบื่อเลย สิ่งที่ถูกใจมากที่สุดคือส่วนท้ายเรื่องเลย มันทำไปสุดกว่าภาคแรก ภาคแรกแค่ซ้อมทั้งเรื่อง ออกไปทำภารกิจจริงครั้งนึง และจบ

แต่ภาคนี้มันเจ๋งกว่า ฝึก และไปทำภารกิจ และณ เวลาทำภารกิจนี่โคตรมันส์ ภารกิจมันงานหินสุดๆ และมีการเล่นกับเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปด้วย ประเด็นนี้ก็กระทำบ้านมาดี แต่มันขยี้ต่อ ทำภารกิจเสร็จ มีสถานการณ์ซื้้อใจกัน และพอช่วยได้นึกไปว่าจะจบแล้วนะ ยังไปต่อด้วยการบินด้วยเครื่อง F-14 แบบภาคแรกและบินกับ Rooster ลูกชายของ Goose อีก มันนำมาซึ่งการทำให้ทุกๆอย่างมันลงล็อคแบบสวยงามมากจริงๆ

หากคนใดไม่เคยดูภาคแรกมาก่อน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องดูภาคต้นเพื่อจะจัดแจงตัวแต่อย่างใด หนังให้ขณะมากพอที่จะปูเหตุการณ์ให้คนชมได้เข้าใจที่มาที่ไป ว่าเพราะเหตุไรมาเวอริคถึงเป็นตำนาน ความบาดหมางกับรูสเตอร์ ที่ฐานะไม่แตกต่างจากพ่อ-ลูกที่มีปัญหาไม่ถูกใจกัน อีกอีกทั้งที่ตั้งข้อสงสัยสำคัญ ว่ายุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดรวดเร็วทันใจขนาดนี้ นักบินแบบมาเวอริค ยังจำเป็นมากอีกหรือไม่? ซึ่งที่นี่คือจุดสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเรื่องราว เป็นการท้าของสมัยยุคที่เปลี่ยนแปลงที่มาเวอริคจำเป็นต้องเผชิญหน้า

เรียกได้ว่าแม็กควอร์รีและโคซินสกียังคงจะเก็บตกความจับจิตจับใจจากแฟนหนังภาคแรกได้ทุกเม็ด แม้จนกระทั่งการปรากฎข้อปฏิบัติตัวของนักแสดงไอซ์แมนที่บ่งชี้โดย วัล คิลเมอร์ (Val Kilmer) ก็ยังเป็นเหตุให้ภาพวันวานยังหวานอยู่ปรากฎที่ต้องปฏิบัติกระจ่างแจ้งในใจผู้ชมได้ และในขณะเดียวกันหนังก็ยังเอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยจังหวะหนังที่อัดอดรีนาลีนเพิ่มมากขึ้น

ตัดต่อฉึบฉับเพิ่มมากขึ้นโดยยังอาจจะความงดงามแบบเวอร์ ๆ ของเครื่องบินรบขับไล่ที่เริงระบำกลางเวหาแบบหนังภาคแรกไว้ได้อีกด้วยไอเดียสุดระห่ำของ เคลาดิโอ มิแรนดา (Claudio Miranda) ผู้กำกับภาพของหนังที่มัดกล้อง ‘Sony Venice’ 6 ตัวไว้ภายในห้องนักบินที่ให้ภาพสุดตื่นตาตื่นใจยากจะหาหนังเรื่องไหนถ่ายทอดความตื่นเต้นของการบินขับไล่ได้เท่าหนังประเด็นนี้อีกแล้ว

ด้านเสียงประกอบ นี่เราชมในโรงปกติ ยังคิดว่ากระหึ่มและทำได้ดี นี่หากดูในโรงอย่าง IMAX จะต้องกระหึ่มกว่านี้และมีเก้าอี้สั่นกันบ้างอะ เพลงคลุกเคล้ากันที่คุ้นเคยในภาคแรกก็มีมาให้นึกถึง รวมทั้งดนตรีแต่ละฉากก็เข้ากันกับเหตุการณ์ขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี

สรุปแล้ว   เป็นหนังที่เราจับอกจับใจมาก ดีงามทุกส่วน ยกระดับในทุกแง่ของภาคแรกคงจะมีติดเรื่องพาร์ทดราม่าตอนผู้แสดง Maverick กับลูกของ Goose นิดนึง มันคลี่คลายไม่ยากไปและแง่มุมมันคงจะแรงกว่านี้ได้อีกหน่อย กับเรื่องบางผู้แสดงที่เกี่ยวเนื่องกับ Maverick นอกเหนือจากนั้นดีงามมากทุกส่วนจริง ๆ

ซึ่งก็เป็นที่น่าพินิจว่า ฮอลลีวู้ดเมื่อก่อนนี้ยังมีคุณค่านิยมว่านางเอกจำเป็นจะต้องสวยเช้งตั้งแต่เด็กยันแก่อยู่ (เหมือนกับ Tom Cruise ที่ยังไม่ประนีประนอมแก่) และไม่ส่งเสริมรูปลักษณ์ของนางเอกวัยกลางคนหรือวัยใกล้ชราที่โรยราตามวัยที่ต้องเป็น

ส่วนผู้หญิงในแก๊งนักบิน ยังมีจำนวน 1 คนเท่าเดิม คือ Phoenix (Monica Barbaro) แต่ดีกว่า Charlie ในภาคแรก “นิดนึง” ตรงที่ ไม่ได้เป็นแค่พลเรือน แต่ทว่าได้เป็นนักบินที่บินจริง ๆ หนังมีหลายๆฉากเลยแหละทำมาเพื่อจะอ้างรูปจำในภาคแรก ไม่ว่าจะเป็น …ฉากนั้น… ฉากนี้…​หรือฉากโน้น [เอาเป็นว่า หาชมภาคแรกเถอะ แล้วจะเห็นได้ชัดเอง] แถมเอาเพลงที่คุ้นเคยกลับมาใช้ มีนักทำให้ทราบ/ตัวละครเก่าๆ ที่กลับมามีบทบาทอีกรอบ ส่งผลให้คนที่ดูรับรู้เชื่อเรื่องมโยงกับภาคเก่า แถมยังให้สัมผัสเป็นเนื้อเดียวกัน

แต่สิ่งที่ทำในภาคนี้มันกลับดู ‘ถึง’ กว่าในหลาย ด้าน ไม่ว่าจะด้วยเทคโนโลยีการสร้างที่รุดหน้าไปมาก ทุกสิ่งสมจริงขึ้น สร้างงานรูปที่หวือหวาได้สอดประสานจนแยกกันไม่ออกเลยแหละว่า ที่เห็นนั่นเป็นการเคลื่อนเครื่องบินจริงหรือใช้เทคนิคและวิธีกันแน่ [ถึงแม้เขาจะพูดคุยว่า ถ่ายทำด้วยการขับเครื่องบินรบจริงๆ ก็เหอะ] นอกนั้นนี้ ยังหยิบเอาภาเจอางส่วนจากหนังภาคแรกเมื่อ 30-40 ปีก่อนแฟลชแบ็กให้ชมอีกต่างหาก

top gun maverick

รีวิวหนัง ‘ท็อปกัน: มาเวอริค’

นี่คือรูปยนตร์ความยาว 2 ชั่วโมง 11 นาที ที่อัดแน่นไปด้วยบทอันซาบซึ้งกินใจ การฝึกบินที่เข้มงวด ภารกิจที่โคตรเสี่ยงตาย อีกทั้งที่อบอวลด้วยบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยสร้างไว้ภายในภาคแรก สถานะการณ์แต่คราวกับนั้นที่เล่าถึงนักบินผู้มีสมรรถนะแต่มีนิสัยมุทะลุและมักละเมิดคำบัญชาอยู่เสมอ จนเขาไม่เคยเลื่อนตำแห่นงไปไกลกว่า ‘กัปตัน’ วันนี้ เขาได้รับภารกิจอีกสักทีข้างหลังก่อเรื่อง และสิ่งที่เขาได้รับก็คือ

เริ่มตั้งแต่ตัวเนื้อเรื่องที่ไม่ซับซ้อน รู้เรื่องง่าย ผู้คนที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนก็รู้เรื่องได้อย่างง่ายดาย ตัวหนังมีการพูดถึงเยอะอยู่ แต่ถ้าชมมาก่อนจะอินกว่า บทกล่าวเท่ ๆ ก็ยังมี, ขั้นตอนการดำเนินเรื่องที่เหมือนกันกับภาคแรกเลย ไม่น่าจะใช่ว่ามันไม่ดี มันยึดวิธีเล่าเรื่องแบบเดิมแต่ยังไม่น่าเบื่อ แถมยังเป็นการเซอร์วิสแฟน ๆ ของหนังภาคแรกกลาย ๆ ด้วย, นอกจากนั้นฉากโรแมนซ์ของภาคนี้ที่พอหอมปากหอมคอ

แต่เรียกรอยยิ้มได้ตัวอย่างเช่นเดิม, และที่ไม่กล่าวถึงมิได้เลยคือฉากเคลื่อนเครื่องบินที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์เลย ในภาคนี้มันดูสมจริงขึ้น คงจะจะเนื่องมาจากมีฉากที่นักบ่งชี้ขับเคลื่อนกันเองจริง ๆ ด้วย พวกเราได้เห็นได้ชัดดีเทลรายละเอียดต่าง ๆ ชัดเจนขึ้นกว่าภาคแรกจำนวนไม่ใช่น้อย ทั้งใน cockpit ที่กว้างขวางขึ้นเห็นท้องฟ้าชมสมจริงขึ้น

ได้ยินเสียงหายใจของคนขับเคลื่อน สีหน้าต่าง ๆ ที่แน่ชัดมาก, พาร์ทของภารกิจก็ลุ้นระทึกจิกเบาะกันเลยทีเดียว แค่ฉากขับเครื่องบินไปมาก็เพลินแล้วอะ รวมถึงฉาก Dog fight ที่โคตรมันส์ การออกแบบแอ็คชันบนเวหาทำแล้วได้สนุกมาก นับว่าเป็นฉากแอ็คชันสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ หนังยังมีการเล่นประเด็นตั้งแต่เปิดเรื่องเกี่ยวกับ “The future is coming. And you’re not in it.” หรือความไม่สำคัญของนักบินในภายภาคหน้าเมื่อเทคโนโลยีอย่างโดรนกำลังเข้ามาแทนที่ แล้วในหนังตลอดเรื่อง เขาก็อุตสาหะนำมาซึ่งการทำให้พวกเราปรากฏจุดสำคัญของ “คนขับเครื่องบิน” และ “สัญชาตญาณ” ว่ามันสำคัญยังไง

ไม่ว่าเครื่องบินจะไฮเทคล้ำเลิศหรือเก่าแก่โบราณคร่ำครึแค่ไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้เหนือกว่าและสร้างความไม่เหมือนกันได้จริง ๆ คือคนที่ขับเคลื่อนมันต่างถ้า สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญของ  ก็เลยไม่น่าจะใช่เครื่องบิน หากแต่เป็น “นักบิน” หรือ “มนุษย์” ที่ขับเคลื่อนมัน

การบ่มเพาะผ่านกาลตอน นำมาซึ่งการทำให้ทุกๆอย่างใน Top Gun ที่กำกับโดย โทนี สก็อตต์ กลายเป็นตำช้านาน เป็นเส้นทางให้  ที่กำกับโดย โจเซฟ โคซินสกี้ ที่เคยผ่านงานกำกับอย่าง Tron: Legacy และ Oblivion ได้เดินตาม ทั้งวิธีการเสนอแนะ เพลง ฉากคลาสสิกอย่าง

ฉากขี่มอเตอร์ไซค์ หรือถึงแม้จนถึงฉากเล่นกีฬาที่ชายหาด ส่งผลให้หนังหัวข้อนี้เป็นดั่ง Nostalgia ให้แฟนหนังยุค 80 ได้หวนพิจารณาถึงช่วงเวลาเมื่อครั้งเมื่อก่อนนี้ และไม่น่าใช่แค่เรื่องเชิงเทคนิกหรือตัวละครใหม่ ๆ แค่นั้น ด้วยเหตุว่าผู้แสดงมาเวอร์ริกเองก็ชมจะมีวิวัฒนาการไม่เล็กน้อยจากเสืออากาศหัวขบถแต่สำอางและโรแมนติกในหนังภาคแรกกลายเป็น อีธาน ฮันต์ จาก ‘Mission : Impossible’

https://caringforkinsey.com/