เทรนอาหารเสริม

เทรนอาหารเสริม

เทรนอาหารเสริม สุขภาพแรง-โควิด

เทรนอาหารเสริม หนุนตลาดอาหารเสริมครึกโครม วิตามิน-แคลเซียม ยอดวิ่งฉิว “เมก้า” ตลาดแข่งรุนแรง ทุ่มประชาสัมพันธ์-พรีเซ็นเตอร์ โปรโมชั่นแรง ลดราคา/ซื้อ 1 แถม 1 กระจัดกระจายตลาด รายใหญ่รุกหนัก “อินเตอร์ฟาร์มา” จับมือ “ไทยยูเนี่ยน” ปูพรมสินค้าใหม่แย่งขนมเค้ก ด้าน “อมาโด้” ขนสินค้าใหม่ลงตลาดทุกไตรมาส-บุกโฮมช็อปปิ้งปั๊มยอด โรงหมอกรุงเทวดา-ยันฮีร่วมแจมช่วง 2-3 ปีให้หลัง ดูราวกับว่าความตั้งใจในเรื่องของสุขภาพที่มีเยอะขึ้นเรื่อยๆจะเป็นสิ่งสำคัญที่เกื้อหนุนให้ผลิตภัณฑ์เสริมของกินเป็นที่นิยมบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ และก็มีการเติบโตสวนกับภาวะเศรษฐกิจในรูปภาพรวมที่ชะลอตัว นอกจากมูลค่าตลาดรวมที่มีมากกว่า 2.2-2.5 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตตลอด รวมทั้งยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ทำให้มีผู้ประกอบกิจการรายใหม่ๆกระโจนเข้ามาในตลาดเป็นช่วงๆ

โดยผู้ใช้ทั่วทั้งโลกยังคงนิยมกินอาหารเสริมรวมทั้งวิตามินในรูปแบบเม็ดแคปซูลเยอะที่สุด รองลงมาหมายถึงแบบเม็ด แบบผง และแบบน้ำ และให้ความเอาใจใส่กับผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ มีฉลากแจ้งชัด แล้วก็มีความโล่งใสตรวจทานในความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ได้ โดยผู้ซื้อทั้งโลกคิดเห็นเช่นเดียวกันเกี่ยวกับการทานอาหารเสริมรวมทั้งวิตามินที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมากกว่าที่ใส่สารแต่ง

รวมทั้งคนซื้อคนประเทศอเมริกา ร้อยละ 27 ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้น หากผลิตภัณฑ์นั้นเป็นอาหารเสริมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง (whole food ingredients) และร้อยละ 35 ต้องการทราบที่มาที่ไปของสินค้าภูเขาสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการที่ทำการแนวทางรวมทั้งยุทธศาสตร์กิจการค้า (สนค.) กล่าวมาว่า

ก็เลยเป็นจังหวะสำคัญที่ผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้นของไทย จะใช้จุดแข็งของสมุนไพรไทย บวกกับการใช้ผลดีจากเทคโนโลยีและก็การศึกษาเรียนรู้วิจัยเพิ่มเติมอีก ต่อยอดผลิตภัณฑ์ของกิน เครื่องดื่ม รวมทั้งอาหารเสริมต่างๆของไทย เพื่อขยายตลาดต่างแดนและก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกสำหรับแนวโน้มอาหารเสริมแล้วก็วิตามินในอนาคต ที่คนซื้อทั่วทั้งโลกให้ความสำคัญมี 5 ต้นสายปลายเหตุ ดังเช่นว่า

1. การผลักดันและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ผู้บริโภคทั้งโลกกว่าจำนวนร้อยละ 70 อยากอาหารเสริมหรือวิตามินซึ่งสามารถปรับสมดุลในร่างกายเพื่อช่วยในการนอนหลับและลดความเครียด โดยย้ำสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติและไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะการรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหาร เพื่อคุ้มครองปกป้องโรคภูมิแพ้ โรคด้านในโพรงปาก แล้วก็ช่วยรักษาผิวพรรณ

2. ความกังวลใจกับโรคเกิดใหม่และปัญหาสุขภาพ (New and emerging health concerns) โดยลูกค้าชาวอเมริกันจำนวนร้อยละ 35 จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สร้างภูมิคุ้มกันในผลิตภัณฑ์เสริมของกินรวมทั้งเครื่องดื่มตอบแทน เทรนอาหารเสริม  ผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 47 ของผู้ใช้ที่ปรารถนาอาหารเสริมและก็วิตามินเพิ่ม จะหาซื้อในแบบของกินและก็เครื่องดื่ม และก็จำนวนร้อยละ 63 จะนิยมเครื่องดื่มบำรุงสายตา ในขณะผู้ซื้อชาวเยอรมัน อายุระหว่าง 55-64 ปี ปริมาณร้อยละ 41 นิยมกินในรูปแบบของโยเกิร์ต

3. การประสมประสานกับอาหารรวมทั้งเครื่องดื่ม (Align with food and drink) สินค้าเสริมอาหารแล้วก็วิตามินที่มาจากพืชและก็โปรตีนโอกาสจะได้รับความนิยมเยอะขึ้น โดยผู้ซื้อคนออสเตรเลียร้อยละ 24 ให้ความใส่ใจต่อการเลือกของกินที่คำนึงถึงความเป็นเพื่อนต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ผู้ใช้ในยุโรปร้อยละ 45 เชื่อว่าการกินอาหารจากพืช (plant-base) เกิดผลดีต่อสภาพร่างกาย และก็ลูกค้าชาวโปแลนด์แล้วก็ฝรั่งเศส จำนวนร้อยละ 34 และ 35 เป็นลำดับ นิยมรับประทานเครื่องดื่มจากพืช ยกตัวอย่างเช่น น้ำนมถั่วเหลืองและโยเกิร์ตที่มาจากพืชมากยิ่งกว่าสัตว์

4. การประสมประสานกับความสวยความงาม (Beauty Benefit) กรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ได้รับความนิยมสูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยแล้วก็ให้ความชื้นต่อผิว โดยพบว่า ผู้บริโภคคนประเทศไทยกว่าร้อยละ 51 สนใจกับของกินรวมทั้งเครื่องดื่มที่ทำให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น รวมทั้งผู้ซื้อคนจีนให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่อาหารเสริมแล้วก็วิตามินในน้ำผลไม้ นอกนั้น ผู้สร้างสินค้าในประเทศจีนเริ่มมีการนำกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) มาผลิตเป็นอาหารเสริมในต้นแบบเยลลี่และเครื่องดื่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพัฒนาสินค้าเพื่อใส่รับกับความอยากได้ของคนซื้อในอนาคต

5. การมีฉลากที่ชัดแจ้งและก็ความโปร่งใส ที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ (Clean label and transparency) ผู้สร้างสินค้าต้องให้ความสำคัญกับฉลากที่ชัดแจ้งอีกทั้งห่วงโซ่อุปทานของสินค้า รวมทั้งฉลากที่บ่งบอกลักษณะสินค้าที่สำคัญ อาทิเช่น วัตถุดิบทำมาจากพืช (plant-based ingredient) สินค้าออแกนิก (Organic) ปราศจากการตัดแต่งกรรมพันธุ์ (GMO-free) ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ (Allergy free) หรือเปล่าใส่ยากันบูด (no preservatives) เป็นต้น

แชร์เคล็ดลับผู้ประกอบกิจการใหม่ สร้างแบรนด์ ธุรกิจอาหารเสริมและสมุนไพรไทย

เช่นไรให้ปังสำหรับธุรกิจอาหารเสริม ถ้าหากพินิจจากความนิยม ชมชอบกันในปัจจุบัน มีหลายกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น กรุ๊ปโปรตีนที่มาจากพืช กลุ่มระบบด้านในหญิง กลุ่มดูแลผิวพรรณ เป็นต้น ผู้ประกอบธุรกิจที่พึงพอใจสร้างธุรกิจประเภทนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องมองหา กลุ่มเป้าหมายของตนให้ได้ก่อนว่า จะเน้นทำตลาดกลุ่มไหน แล้วก็ควรศึกษาเรียนรู้เทรนด์ความนิยมที่สอดคล้องกับแนวโน้มความอยากของกรุ๊ปคนซื้อในอนาคตด้วยดังนี้ ถ้าเกิดอ้างอิงจากข้อมูลของหน่วยงานยูเอ็นพบว่าในปี 2030 ไทยจะมีสัดส่วนคนแก่ถึง 20% ของปริมาณมวลชนไทยทั้งหมดทั้งปวง รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะอายุยืนมากยิ่งขึ้น ที่ตรงนี้นับว่าเป็นอีกช่องว่างและจังหวะทางธุรกิจของ ธุรกิจอาหารเสริมรวมทั้งสมุนไทย อย่างเห็นได้ชัด

โดยควรเน้นย้ำไปที่กรุ๊ปอาหารเสริมหรือสมุนไพรไทยที่ช่วยในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ฟื้นฟู คนเจ็บโรคต่างๆแล้วก็ที่สำคัญ ขอชี้แนะให้สร้างความน่าไว้ใจให้ผลิตภัณฑ์ด้วยการต่อยอดจากงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยของสถานศึกษา ซึ่งมีมากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยตอนนี้ สถาบันการศึกษา อีกทั้งในระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีว วิทยาลัยการอาชีพต่างๆทั่วไทย

ล้วนมีงานวิจัยด้านคุณประโยชน์แล้วก็สรรพคุณของพืชพันธุ์ธรรมชาติของไทย ให้ได้นำไปสืบต่อให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์มากถัดมา ผู้ประกอบธุรกิจที่ปรารถนาสร้างแบรนด์ธุรกิจอาหารเสริมและสมุนไพรไทย ยังต้องให้ความใส่ใจในการศึกษาเรียนรู้ เรื่อง งบประมาณในการประกอบธุรกิจ ซึ่งค่าครองชีพสำคัญๆแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คืองบประมาณด้านผลิตภัณฑ์ต้องหาคำตอบให้ปัญหาต่อไปนี้ให้ได้ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ที่มีต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน

เป็นวัตถุดิบที่ลือชื่อและก็หายากเยอะแค่ไหน ส่วนประกอบหรือสมุนไพรที่ใช้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานของกินและก็ยาหรือไม่ ถ้าหากไม่เคยถูกขึ้นทะเบียนมาก่อน จำต้องทำเรื่องขอ อย.ใหม่ ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก ผลิตขึ้นมาจากไทยหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ปริมาณส่วนผสมสำคัญที่ใส่ลงไป และจะทำออกมาในลักษณะใด มีทั้งแบบแคปซูล แบบผง หรือแบบน้ำ เนื่องจากว่าเงินลงทุนต่อหน่วยการสร้างแตกต่างออกไปนั่นเองงบประมาณด้านการตลาดค่าครองชีพในส่วนนี้ควรจะเตรียมให้มากพอจนกว่าแบรนด์จะมีชื่อเสียง ทั้งยังในส่วนของการโฆษณา ส่งเสริมแนวทางการขาย และก็การโฆษณา งบประมาณด้านการตลาดต้องกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนแรก

เนื่องจากไม่อาจจะรู้ได้ว่าจะต้องใช้เวลานานมากแค่ไหนกว่าสินค้าจะเริ่มจำหน่ายออกไปได้ ซึ่งงบประมาณการตลาดนั้นไม่สมควรมากเกินไปจนกระทั่งทำให้ค่าใช้จ่ายแย่ลงกว่าเดิมงบประมาณด้านการดำเนินการมีค่าปฏิบัติการสำหรับในการใช้บริการ OEM ซึ่งคือระบบที่เน้นย้ำในประเด็นการผลิตผลิตภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อ โดยที่ผู้ประกอบการสามารถเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองได้โดยทันที แม้จะไม่ชำนาญด้านการสร้างหรือวางแผนกลยุทธ์การขายก็ตาม ได้แก่ ค่าวิจัยรวมทั้งปรับปรุงสูตร ค่าขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ค่าลงบัญชีเครื่องหมายการค้า ฯลฯทำตลาดอาหารเสริมแบรนด์ตัวเอง ให้ยอดจำหน่ายโตทั้งยังในและก็เมืองนอก

อาหารเสริมแนวโน้มเติบโตดี

ภญ.วิชชุดาลดา ผรณเกียรติ์ ผู้อำนวยการข้างวิธีขายแล้วก็การตลาด บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด ผู้ผลิตรวมทั้งจำหน่ายสินค้ากลุ่มยาและอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ “เมก้า วีแคร์” เผย “ประเทศชาติธุรกิจ” ว่า เดี๋ยวนี้ภาพรวมตลาดอาหารเสริมมีลักษณะท่าทางเติบโตขึ้น โดยมีสาเหตุหนุนจากความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพที่มีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ล่วงเลยไป

การก้าวไปสู่การเป็นสังคมสูงอายุ ไปจนถึงการอุบัติใหม่ของโรคต่างๆเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสวัววิด-19รวมทั้งปัญหาด้านมลพิษต่างๆและก็ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋วหรือพีเอ็ม 2.5 ทำให้คนเริ่มตื่นตัวหันมาทานอาหารเสริมกรุ๊ปบำรุงร่างกาย เป็นต้นว่า กลุ่มวิตามินซี กลุ่มวิตามินรวม กลุ่มแคลเซียม

จนทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ขยายตัวมากขึ้น ช่วงเวลาเดียวกันก็ทำให้มีผู้ประกอบกิจการรายใหม่ๆพอใจและกระโดดเข้ามาในตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากแนวโน้มของตลาดในภาพรวมที่เติบโตเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ ที่ค่อนข้างนานัปการ และก็เจาะกรุ๊ปลูกค้าจุดหมาย แตกต่างกันไป ตั้งแต่ตลาดในระดับแมสไปจนกระทั่งระดับพรีเมี่ยม อีกด้านหนึ่งก็ทำให้ตลาด มีการแข่งเยอะขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฆษณาแลประชาสัมพันธ์ ที่มีการทุ่มงบประมาณฯโฆษณาทางโทรทัศน์ รวมถึงมีการนำดาราดาราหนัง หรือบุคคลที่โด่งดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้

“ยุทธวิธีหลักของบริษัทจะเน้นย้ำในเรื่องของความน่านับถือของผลิตภัณฑ์แล้วก็เป็นสินค้าที่มีผลการค้นคว้ารองรับอย่างแจ่มแจ้ง รวมถึงการมีหนทางขายที่มีมากยิ่งกว่า 5,000 ร้าน ก็เลยมั่นใจได้ว่าเมก้าฯจะยังคงเป็นผู้นำในตลาดอาหารเสริมต่อไป

caringforkinsey

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *