รับจํานองที่ดินตาบอด ภา ษี

รับจํานองที่ดินตาบอด ภา ษี

รับจํานองที่ดินตาบอด ภา ษี

รับจํานองที่ดินตาบอด ภา ษี ปัญหาที่ดินตาบอด สามารถกระทำเดินเรื่องสำหรับเพื่อการขอทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยการขอทางจำเป็นจะต้องหรือทางภาวะจำยอมกับข้าราชการ เพื่อที่ดินดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถสร้างเป็นที่พักอาศัยหรือขายที่ดินในราคาดียิ่งขึ้น เนื้อหานี้จึงอยากที่จะช่วยเหลือให้ผู้ที่มีที่ดินตาบอดอยู่ในครอบครองไม่ว่าจะเป็นที่ดินมรดก หรืออยากซื้อขาย ได้รู้เรื่องแล้วก็รับทราบถึงสิทธิตามกฎหมายว่าที่ดินตาบอดหาทางออกได้อย่างไรบ้าง ซึ่งมีประโยชน์โดยตรง เพราะหากที่ดินไม่สามารถประยุกต์ใช้งานได้ จะก่อให้คุณค่าหรือราคาของที่ดินผืนนั้นน้อยลง

1. ที่แบบไหนจัดเป็น ‘‘ที่ดินตาบอด’’ที่ดินตาบอด อสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1349 หมายถึง ที่ดินแปลงหนึ่ง ที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนเป็นไปไม่ได้ออกถึงสาธารณะได้ หรือที่ดินแปลงนั้นมีทางออกสู่สาธารณะได้ รับจํานองที่ดินตาบอด แต่จำเป็นต้องข้ามสระหรือที่ชัน ซึ่งทำให้เจ้าของที่ดินนั้นตกที่นั่งลำบากเกินควร ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้อบังคับจึงให้สิทธิ์แก่เจ้าของที่ดินแปลงนั้น สามารถเดินผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่

ไปสู่ทางสาธารณะ โดยฟุตบาทผ่านดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กฎหมายเรียกว่า ทางจำเป็นจะต้อง แม้ที่ดินถูกล้อมโดยที่ดินแปลงอื่น ก็นับว่าเป็นที่ดินตาบอด ที่สามารถขอให้เจ้าของที่ดินใกล้กันเปิดทางจำเป็นจะต้องนี้ได้แบบอย่างที่ดินตาบอด อย่างเช่น ในสมัยก่อนที่ดินนี้บางทีอาจจะยังมิได้มีการประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ตรงกลาง แต่ตอนหลังมีเจ้าของที่ดินในผืนด้านข้างหรือผืนรอบล้อมได้ทำสิ่งปลูกสร้างจนถึงปิดที่ดินบริเวณดังที่กล่าวถึงมาแล้ว

ทำให้เป็นไปไม่ได้เข้าออกถนนสาธารณะ เนื่องจากเป็นผืนที่ดินชิดกัน และไม่ได้มีการสนทนาเพื่อตกลงเรื่องทางเข้าออก เหตุเพราะมีการแปลงของเจ้าของในหลายยุคหลายยุค ก็เลยยากต่อการพูดคุยกันเพื่อตกลงกัน หรือที่ดินบริเวณนั้นมีทางเข้าออกสู่สาธารณะ

แต่ว่าทางนั้นเป็นสระ บ่อ ลำคลอง หรือทะเล ผู้ครอบครองไม่อาจจะเดินทางเพื่อออกสู่ทางสาธารณะได้ หรือบางทีก็อาจจะจะต้องใช้ยานพาหนะทางน้ำ ถ้าหากไม่สามารถทำถนนเข้าออกได้ จึงต้องมีการให้ข้าราชการไตร่ตรอง แต่จำเป็นต้องเลือกเส้นทางใดทางหนึ่ง ไม่อาจจะขอได้ทั้งสองทางพร้อมเป็นทางน้ำหรือทางบก

2. ที่ดินตาบอดก่อสร้างบ้านได้ไหมที่ดินตาบอดสามารถที่จะสร้างบ้านเป็นที่พักที่อาศัยได้ โดยเจ้าของที่จำเป็นต้องทำขอ “ทางต้อง” โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อเป็นปากทางเข้า-ออกสู่ทางสาธารณะ ในกรณีที่ต้องการใช้ที่ดินบริเวณนั้นทำเป็นที่อยู่ที่อาศัย เพื่อสามารถเข้าออกได้ตามเดิม โดยการขอทางต้อง ผู้มีสิทธิ์ขอเปิดช่องจำเป็นต้องเป็น เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อม หากเป็นเพียงแต่เจ้าของบ้าน หรือผู้เช่าบ้าน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินจะขอเปิดทางจำเป็นจะต้องมิได้ และที่ดินที่ล้อมเป็นที่ดินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงเดียวของเจ้าของผู้เดียว หรือที่ดินหลายแปลงสร้างบ้าน

3. อยู่ในที่ดินตาบอดควรแก้ไขอย่างไรถ้ามีที่เป็นที่ดินตาบอด สามารถที่จะจัดแจงกับที่ดินตรงนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่มีความต้องการว่าต้องการสร้างที่พักที่อาศัย หรือขายที่ดิน มีวิธีการปรับแต่งเป็นขายที่ดินตาบอด ถ้าเป็นที่ดินตาบอดของคุณเพียงคนเดียว บางครั้งก็อาจจะขายได้ยาก

เพราะว่าเป็นที่ดินตาบอด และหากขายจะทำให้ราคาตกมากมายๆหรือได้ราคาที่ถูกว่าที่ดินทั่วๆไปค่อนข้างจะมาก แม้กระนั้นแม้มีที่ดินตาบอดใกล้กับที่อื่นๆจึงควรขายที่ดินตาบอดพร้อมด้วยที่ดินแปลงอื่นที่มีพื้นที่ชิดกัน และก็ชิดกับทางสาธารณะ

เพราะผู้ที่จะซื้อสามารถถึงที่กะไว้ดินที่มีทางเข้าออกทางสาธารณะธรรมดาไปด้วยขอภาระจำยอม

ถ้าพวกเราไม่ได้อยากต้องการขาย หรือต้องการขายได้ราคาดี บางครั้งอาจจะใช้แนวทางเดินเรื่องขอขึ้นทะเบียนภาระจำยอม ตามมายี่ห้อ 1399 แห่ง เปรียญพ.พ ที่เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะเดินผ่านที่ดินแปลงอื่นเพื่อใช้ถนนสาธารณะเดินเรื่องทำทางต้อง ถ้าเกิดพวกเราไม่ขาย และก็ต้องการใช้เป็นที่พักที่อาศัย พวกเราสามารถก่อสร้างบ้านได้ และขอ “ทางต้อง” โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อเป็นปากทางเข้า-ออกสู่ทางสาธารณะอยู่ในที่ดินตาบอดควรจะปรับปรุง

4. รู้จักสิทธิ “ทางจำเป็น” โดยชอบด้วยกฎหมายทางจำเป็นจะต้องหรือฟุตบาทผ่าน ตามกฎหมายทางจำเป็นต้อง (มาตรา 1349) ที่กล่าวไว้ว่า “ ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนกระทั่งเป็นไปไม่ได้ออกถึงทางสาธารณะได้ เจ้าของที่แปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ถนนสาธารณะได้

ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แม้กระนั้นต้องผ่านสระ บึง หรือสมุทรหรือมีที่ชันอันหรูหราที่ดินกับถนนสาธารณะสูงขึ้นยิ่งกว่ากันมากมายเจ้าของที่ดินจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ได้ อย่างไรก็ตามที่และขั้นตอนการทำทางผ่านจำเป็นต้องเลือกให้พอควรแก่ความต้องการของผู้มีสิทธิจะผ่าน

โดยพิจารณาถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายต่ำที่สุดที่จะเป็นไปได้ ถ้าจำเป็นผู้มีสิทธิผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านได้ ผู้มีสิทธิผ่านจำเป็นต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ เพื่อความทรุดโทรมอันกำเนิดแต่ว่าเหตุที่มีทางผ่านนั้น ค่าทดแทนนั้นเว้นแต่ค่าปรับเนื่องจากสร้างถนนแล้ว จะกำหนดเป็นทุกปีก็ได้ ”รู้จักสิทธิ ‘‘ ทางต้อง ’’ โดยชอบด้วยกฎหมาย

5. “ทางจำเป็นจะต้อง” ไม่เหมือนกับ ‘‘ภาระจำยอม ’’ อย่างไรความแตกต่างกลางทางจำเป็นต้องกับภาระจำยอมหมายถึงทางจึงควรเป็นการขอผ่านทางไปสู่ถนนสาธารณะแค่นั้น แต่ทางยอม ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการผ่านไปทางสาธารณะ จะผ่านไปที่ไหนก็ได้ ทางควรที่จะต้องเกิดขึ้นได้จะต้องเป็นกรณีที่ที่ดินถูกล้อมคนออกสู่ถนนสาธารณะมิได้ ถือได้ว่าเป็นการได้สิทธิโดยข้อบังคับ

แต่ทางภาระจำยอม ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นที่ดินที่ถูกล้อมจนถึงออกสู่ทางสาธารณะไม่ได้ ทางจำเป็นจะต้องผู้ขอจะต้องเสียค่าชดเชยให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ แต่ว่าภาระจำยอม ทางด้านกฎหมายไม่ได้ระบุว่าจะต้องเสียค่าทดแทน สามารถตกลงระหว่างกันได้ แล้วก็ทางจำเป็นจะต้อง เป็นการได้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นที่ต้องลงทะเบียน แต่ทางภาระจำยอมต้องลงทะเบียนต่อพนักงานข้าราชการ จึงจะจัดว่าบริบูรณ์

การปรับปรุงภาษีที่ดินเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศเพราะว่าภาษีที่ดินใหม่สามารถปฏิบัติภารกิจเป็นอุปกรณ์ก่อให้เกิดการใช้ที่ดินให้กำเนิดประโยชน์ตามความสามารถรวมทั้งสร้างความเป็นธรรมได้ แต่ในเวลาเดียวกันแม้ภาษีที่ดินใหม่นี้มิได้รับการตรึกตรองให้ดีอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการใช้คุณประโยชน์ที่ดินที่บิดเบือนไปจากศักยภาพ เป็นต้นทุนทางธุรกรรมที่บ่อนทำลายการพัฒนาประเทศ

แล้วก็เป็นบ่อเกิดของการโกงจากการใช้ดุลยพินิจแปลความหมายว่าอะไรเป็น ที่ดินว่างเปล่ามิได้ใช้ประโยชน์ ที่เจ้าของที่จำเป็นต้องเสียภาษีสองเท่าในช่วงเวลานี้ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าต้นแบบภาษีที่ดินจะออกมาเป็นอย่างไรแม้กระนั้นข้อมูลพื้นฐานชี้ให้เห็นว่าภาษีที่ดินใหม่จะเก็บภาษีที่ดินและก็สิ่งปลูกสร้างเชิงการค้าในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน ที่อยู่อาศัยในอัตราร้อยละ 0.1

ของราคาประเมิน ที่ดินเพื่อการเกษตรในอัตราร้อยละ 0.05 ของราคาประเมิน รวมทั้งที่ดินว่างเปล่าไหมใช้ประโยชน์เก็บภาษีมากขึ้นเท่าตัวทุก 3 ปี แม้กระนั้นไม่เกินร้อยละ 2.00 ของราคาประเมินด้วยต้นแบบภาษีที่ดินแบบนี้ เพียงพอจะประเมินได้ว่าในส่วนของภาษีที่ดินเชิงการค้า ที่อยู่อาศัย และที่ดินเพื่อการกสิกรรมนั้น

ภาษีที่ดินใหม่นี้จะก่อให้รัฐบาลมีรายได้จากการเก็บภาษีที่ดินเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แม้รายได้ภาษีที่ดินนี้ถูกจัดแบ่งให้เป็นรายได้ของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนาก็จะทำให้องค์กรดูแลส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากซึ่งจะส่งผลดีหากเงินรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกเอามาปรับปรุงพื้นที่ในของจำเป็นแต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือในส่วนของการเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในอัตราเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุก 3 ปี แต่ว่าไม่เกินจำนวนร้อยละ 2.00 ของราคาประเมิน

ในส่วนนี้เองมีความน่าจะเป็นว่าการมีบทกำหนดโทษคนที่ไม่ใช้ประโยชน์ที่ดินจะมีผลให้มีการนำที่ดินว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์เยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่การรีบให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินว่างเปล่านั้นสังคมอาจจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนกับการสูญเสียทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่

เจ้าของที่จะมีต้นทุนทางธุรกรรมที่สูงขึ้นจากการรวบรวมที่ดินเพื่อรอคอยการพัฒนา ที่ดินอาจถูกแบ่งได้เป็นแปลงย่อยๆเพื่อเร่งขายให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเร็วแต่ก็จะทำให้สังคมพลาดโอกาสที่จะหาประโยชน์คุณประโยชน์ที่มากกว่าในอนาคตถ้าสามารถนำที่ดินมาพัฒนาตามความสามารถตามขณะที่เหมาะสมในที่สุด การเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าในอัตราที่มากขึ้นเท่าตัวทุก 3 ปี

บางทีอาจทำให้เกิดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานสำหรับในการตีความว่าอะไรเป็นที่ดินว่างเปล่าที่มิได้ใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากที่ดินถูกนำไปสร้างตึกพาณิชย์แต่ว่าหาคนเช่าไม่ได้เป็นตึกการค้าว่างเปล่าจะเข้าข่ายที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือเปล่า

หรือการปลูกสวนกล้วยบนที่ดินเพื่อการเกษตรถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์หรือไม่ และก็เจ้าของที่ดินจำเป็นต้องปลูกพืชอะไรก็เลยเรียกว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ฯลฯรัฐบาลจำเป็นต้องพิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ กลุ่มนี้เป็นพิเศษเพราะเหตุว่าการนำที่ดินว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์เพื่อนำไปสู่การผลิตมูลค่าให้กับประเทศนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

แก้ไขปัญหาที่ดินรกร้างว่างเปล่าได้ยังไง สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำงานในเรื่องภาษีที่ดินเป็น การหยุดคิดเรื่องภาษีที่ดินไว้ก่อนเพราะภาษีที่ดินเป็นเพียงแต่วัสดุหนึ่งแค่นั้นในบรรดาวัสดุทั้งหลายแหล่สำหรับการบริหารจัดการที่ดิน รัฐบาลควรจะเริ่มใหม่ให้ก็ดีแล้วถามว่าสังคมไทยปรารถนาเห็นการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปในแนวทางใด

สังคมปรารถนาเห็นที่ดินมีการเอาไปใช้ผลดีสูงสุดตามความสามารถ หรือสังคมอยากได้เห็นการใช้คุณประโยชน์ที่ดินที่สอดคล้องกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศเพื่อลดปัญหาการสิ้นไปจากภัยธรรมชาติ หรือสังคมเพียงแค่ไม่อยากเห็นที่ดินตกอยู่ในสภาพรกร้างว่างเปล่าโดยทั่วไป

วิธีการบริหารจัดการที่ดินที่ดีควรที่จะนำอุปกรณ์การบริหารจัดการที่ดินต่าง ๆ มาใช้อย่างเหมาะควรโดยเครื่องมือที่สำคัญมีสี่ประการ อาทิเช่น การลงทุนในส่วนประกอบเบื้องต้นเพื่อเพิ่มค่าให้ที่ดิน การใช้แปลนเมืองเพื่อควบคุมการใช้คุณประโยชน์ที่ดิน การมีข้อบังคับที่ดินที่ล้ำยุค และก็การมีระบบระเบียบภาษีที่ดินที่มีคุณภาพและยุติธรรม โดยเหตุนี้ การเก็บภาษีที่ดินอย่างเดียวโดยไม่กล่าวถึง

การปฏิบัติการทั้งยัง 4 ประการมีความสำคัญดังนี้ประการอันดับแรก การลงทุนในองค์ประกอบเบื้องต้นแล้วก็สาธารณูปโภคเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับเพื่อการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดิน ปัจจุบันมีที่ดินเป็นจำนวนมากที่ไม่อาจจะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเนื่องจากขาดโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ถนนเข้าไม่ถึง ตรอกตรอกมีขนาดเล็ก น้ำไฟยังไม่มี แล้วก็ที่สำคัญคือ

รูปแปลงที่ดินไม่เหมาะสม เป็นที่ตาบอดบ้างหรือเป็นที่ชายธงบ้าง เพราะฉะนั้น การเวนคืนที่ดินเพื่อนำไปจัดรูปที่ดินใหม่ให้มีความเหมาะสมต่อการนำมาใช้ประโยชน์ การลงทุนในส่วนประกอบเบื้องต้นแล้วก็สาธารณูปโภคจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าให้ที่ดินและแก้ปัญหาที่ดินรกร้างว่างเปล่าประการที่สอง การพัฒนาแปลนเมืองเพื่อควบคุมการใช้ผลดีที่ดิน

ประเทศไทยมีการใช้แผนผังเมืองเพื่อควบคุมแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินมาเป็นเวลานาน แต่กรรมวิธีผังเมืองที่ใช้อยู่ยังมีจุดอ่อนที่จำเป็นต้องรีบปรับปรุงแก้ไขเพื่อผังเมืองสามารถปฏิบัติภารกิจจัดระเบียบให้กับการใช้คุณประโยชน์ที่ดินได้ สิ่งที่จะต้องปฏิบัติงาน ตัวอย่างเช่น

การกำหนดให้แบบแปลนเมืองจำเป็นต้องไม่มีทางหมดอายุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ของอายุแผนผังเมือง และกระตุ้นให้เกิดการใช้คุณประโยชน์ที่ดินผิดจำพวก ควรจะมีการจัดทำรวมทั้งบังคับใช้แผนผังจังหวัดแล้วก็แผนผังแถบที่ลุ่มเพื่อนำไปสู่การกำหนดเขตการใช้คุณประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศ และก็คุ้มครองป้องกันไม่ให้มีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมเข้ามาสร้างความสูญเสียให้กับพื้นที่ใกล้กันได้ประการที่สาม ข้อบังคับที่ดินต้องมีความนำสมัย

มีที่ดินเยอะมากที่มีคนต้องการประยุกต์ใช้ผลดีในรูปการให้เช่าที่ดินแต่ไม่สามารถที่จะกระทำได้ การเช่าที่ดินในประเทศไทยไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการเช่าที่ดินทั้งหลายแหล่สร้างความไม่ยุติธรรมด้วยการป้องกันผลตอบแทนให้กับผู้เช่าที่ดิน

รวมทั้งทำความเสียหายให้กับเจ้าของที่

ด้วยเหตุนี้จึงมีเจ้าของที่ดินเยอะมากที่ยอมปล่อยให้ที่ดินของตัวเองเป็นที่รกร้างว่างเปล่าโดยยอมขาดรายได้จากการให้เช่าด้วยเหตุว่าหากปลดปล่อยให้คนอื่น ๆ เช่าไปบางทีอาจเกิดปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางกฎหมายอื่น ๆ ตามมาล้นหลาม อาทิเช่น ผู้เช่าไม่ยินยอมย้ายออกจากหนดินพอหมดสัญญาเช่า เจ้าของที่ไม่สามารถขายที่ดินให้ผู้อื่นได้น่าฟังข้อบังคับกล่าวว่าจำเป็นต้องขายที่ดินแปลงนั้นให้ผู้ที่มาเช่าก่อน

หรือหากมีคนมาอาศัยในที่ของตนภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ดินนั้นอาจถูกยึดไปเป็นของผู้ที่มาบุกรุกได้โดยชอบด้วยกฎหมายกล่าวถึงการมีไว้ในครอบครองคู่ปรับด้วยความเก่าของข้อบังคับที่ดินต่าง ๆ กลุ่มนี้จึงทำให้เจ้าของที่ดินเป็นจำนวนมากเลือกที่จะทิ้งที่ดินให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าแล้วก็ล้อมรั้วไว้เฉย ๆ

เพราะแม้ว่าจะขาดจังหวะสำหรับการหาเงินจากค่าใช้จ่ายในการเช่าที่แม้กระนั้นก็ยังดีมากกว่าถูกผู้อื่นยืดที่ดินไป ฉะนั้น การปรับปรุงข้อบังคับที่ดินให้มีความทันสมัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินและลดปัญหาที่ดินรกร้างว่างเปล่า

ประการที่สี่ ระบบภาษีที่ดินจะต้องมีคุณภาพแล้วก็เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น ปัญหาไม่ใช่เพราะเหตุว่าประเทศไทยไม่มีภาษีที่ดิน แม้กระนั้นเมืองไทยมีภาษีอยู่แล้วห้าชนิดและก็แต่ละประเภทก็ล้วนก่อเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง

1.ภาษีบำรุงท้องที่ที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้มีอัตราจัดเก็บและฐานราคาประเมินที่ต่ำ มีการนอกจากมากจึงสร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้น้อย

2.ภาษีโรงเรือนที่เก็บอยู่ก็มีความซ้ำไปซ้ำมากับการเก็บภาษีรายได้ โดยเหตุนั้นการรวมเอาภาษีบำรุงท้องที่กับภาษีโรงเรือนเข้าด้วยกันเพื่อตราภาษีที่ดินใหม่เป็นภาษีที่ดินและก็สิ่งปลูกสร้างจากที่รัฐบาลกำลังดำเนินงานอยู่จึงเป็นทางออกที่ถูกแล้ว เพียงน่าจะตัดเรื่องที่ดินว่างเปล่าออกไปก่อน

3.ภาษีมรดกที่เก็บจากการได้รับมรดกในรูปที่ดินซึ่งถ้าเกิดมีการตรากฎหมายภาษีมรดกใหม่ก็คงจำเป็นต้องยกเลิกภาษีมรดกที่ปัจจุบันเรียกเก็บอยู่จากการโอนที่ดินเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน

4.ภาษีรายได้จากการค้าขายที่ดินซึ่งภาษีรายได้นี้มีการเรียกเก็บที่แปลกและขัดกับหลักการภาษีเงินได้มหาศาล กล่าวคือ หากผู้ใดกันขายที่ดินไปในราคาที่ต่ำกว่าขณะที่ซื้อมา หรือที่เรียกว่ายอมขายขาดทุนก็จำเป็นต้องเสียภาษีเงินได้นี้ด้วยด้วยเหตุว่ารัฐถึอว่าวันที่ท่านขายที่ไปท่านได้เงินโดยไม่พิจารณาว่าท่านจะผลกำไรหรือขายขาดทุนไปเท่าไหร่ ปัญหาคือ

ผู้ที่ซื้อขายที่ดินแล้วขาดทุนเพราะเหตุใดเขาต้องเสียภาษีรายได้ด้วยและก็ 5.ภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งก็เป็นภาษีที่ส่งสัญญาณที่แปลกอีกเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ผู้ที่ซื้อที่ดินแล้วเอามาปรับปรุงและรีบขายออกไปข้างในห้าปีจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติมด้วย

ซึ่งถ้าเกิดรัฐไม่อยากให้คนสะสมที่ดินไหมอยากที่จะให้คนถึงครอบครองที่ดินโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วเพราะอะไรไปเก็บภาษีเขามากขึ้นอีกหากเขาเอาที่ดินมาพัฒนาแล้วรีบขายออกไป ฉะนั้นจึงอยากเสนอว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบภาษีที่ดินใหม่ควรจะยกเลิกภาษีรายได้

จากวิธีขายที่ดินและก็ภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยนำภาษีทั้งคู่นี้มารวมกันแล้วปรับแก้ให้เป็นภาษีที่ดินตัวใหม่เรียกว่า ภาษีผลกำไรส่วนเกิน (Capital Gain Tax) ภาษีผลกำไรส่วนเกินนี้จะสร้างความยุติธรรมสำหรับเพื่อการถือครองที่ดินอย่างมากมาย เนื่องจากว่าจะเรียกเก็บภาษีเฉพาะส่วนที่เป็นกำไรจากการซื้อขายที่ดินแค่นั้น

ฉะนั้น คนใดกันที่ครอบครองที่ดินแล้วมีผลกำไรซึ่งอาจเป็นเพราะผลกระทบจากการดำเนินโครงงานพัฒนาของรัฐก็จำเป็นต้องเสียภาษีอากรมากมาย แต่ว่าหากที่ดินของผู้ใดกันแน่มิได้มีมูลค่ามากขึ้นอย่างมากที่ดินนั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสียภาษีอากรกำไรส่วนเกินนี้นอกเหนือจากนั้น การที่รัฐจำต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สร้างสาธารณูปโภค

หรือจัดรูปที่ดินเพื่อให้ที่ดินมีความสามารถสำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์คุณประโยชน์มากยิ่งขึ้นและก็มีมูลค่าสูงมากขึ้น รัฐก็จะสามารถหาประโยชน์รายได้ส่วนใดส่วนหนึ่งคืนกลับมาจากการเก็บภาษีผลกำไรส่วนเกินนี้เองโดยสรุป รัฐบาลต้องอย่าไปติดกับดักคำท้าทายจากสังคมว่าภาษีที่ดินหรือภาษีมรดกเป็นเรื่องที่ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้เว้นแต่รัฐบาลทหาร

ท่านจะต้องตั้งมั่นในวิธีการให้ดีโดยการเอาหัวข้อการปรับปรุงที่ดินโดยรวมเป็นตัวตั้งและให้ภาษีที่ดินปฏิบัติภารกิจเป็นเยี่ยมในเครื่องมือในการบริหารจัดการที่ดินเพียงแค่นั้น โดยรัฐจำเป็นต้องนำเครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ สำหรับในการบริหารจัดแจงที่ดินมาใช้ประกอบกันด้วย

ในส่วนของภาษีที่ดินเองเมืองควรจะจัด การปฏิวัติภาษีที่ดินอีกทั้งระบบเพื่อภาษีที่ดินต่าง ๆ ปฏิบัติภารกิจ เฉพาะทางที่แตกต่างกันแต่ว่าล้วนส่งสัญญาณไปในทำนองเดียวกัน เป็นระบบภาษีที่มีคุณภาพและก็ให้ความยุติธรรมแก่สามัญชน แนวทางการทำแบบงี้บางทีอาจไม่สะใจคนดูมากสักเท่าไรนักแต่จะเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *