ความอดทน การรู้จักอดทนและการฝึกตนเอง

ความอดทน

ความอดทน หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูก กระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือ ไม่พึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่น เหมือนแผ่นดิน ซึ่งไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะมีคนเท อะไรลงไป ของเสีย ของหอม ของสกปรก หรือของดีงามก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่นไม่หวั่นไหว เหมือนแผ่นดินงานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ที่สำเร็จมาได้ก็ด้วยคุณธรรม

ความอดทนมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ

1.เมื่อถูกบีบคั้น ถูกเยอะเย้ย ก็ต้องอดทน ไม่ยอมล้มเลิก
2.เมื่อถูกยั่วเย้า ก็ต้องอดใจ ไม่ลุ่มหลง

ลักษณะความอดทนที่ถูกต้อง

1. มีความอดกลั้น
2. เป็นผู้ไม่ดุร้าย คือข่มความโกรธไว้ได้
3. ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใคร คือไม่ก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยอำนาจความเกรี้ยวกราดของเรา
4. มีใจเบิกบาน ร่างเริง แจ่มใส อยู่เป็นนิจ คือมีปิติอิ่มเอิบใจเสมอๆ ไม่พยาบาท ไม่โทษฟ้า โทษฝน โทษโชคชะตา หรือโทษใครๆ ลักษณะที่สำคัญยิ่งของขันติ คือตลอดเวลาที่อดทนอยู่นั้นต้องมีใจผ่องใส ไม่เศร้าหมอง อดทน ถอนตัว หรือหลีกเลี่ยง จากความชั่ว อดทนทำดีต่อไป อดทนรักษาใจไว้ให้ผ่องใส ไม่เศร้าหมอง

ความอดทนที่ต้องรีบฝึกให้เป็นนิสัย 4 ประการ คือ

1.ความอดทนต่อความลำบากตรากตรำ หมายถึงความอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศตามธรรมชาติที่มีความเปลียนแปลงอยู่ตลอดปี เช่น ทนแดด ทนลม ทนฝน ทนความร้อน-หนาวของอากาศ เป็นต้น

บุคคลที่ขาดความอดทนต่อความลำบากตรากตรำเมื่อต้องประสบกับสภาพดินฟ้าอากาศตามธรรมชาติที่ไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงทุกๆ ฤดูกาล แต่ละฤดูกาลยังเปลียนแปลงทุกวันอีก

ก็จะรู้สึกท้อถอย หมดกำลังใจที่จะสานงานซึ้งกำลังทำอยู่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ยิ่งกว่านั้นความไม่แน่นนอนของสภาพดินฟ้าอากาศ ยังจะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมายถ้าบุลคลขาดความอดทนต่อความลำบากตรากตรำเสียแล้ว ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการทำดีทุกรูปแบบ

2.ความอดทนต่อทุกขเวทนา หมายถึง ความอดทนต่อโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดถึงความหิวโหย ความง่วงเหงาหาวนอน เป็นต้น

บุคคลบางคนอาจมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์เพราะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เช่น โรคภูมิแพ้ ฯลฯ หรือ เพราะประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หรือ เพราะสาเหตุอื่นก็ตาม

ถ้าเขามีความอดทนต่อทุกขเวทนา เขาก็จะมีจิตใจทรหดอดทนพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆอยู่เสมอ ย่อมสามารถประกอบคุณงามความดีต่างๆได้ ไม่แพ้ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

ในทำนองกลับกัน บุคคลที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี แต่บางครั้งเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยเล็กๆ น้อยๆ หรือ หิวโหยเพราะขาดแคลนอาหารกะทันหัน หรืออดหลับอดนอนเพราะมีงานเร่งด่วนที่ต้องทำให้เสร็จทันเวลา

ถ้าขาดความอดทนต่อทุกขเวทนาเสียแล้ว เขาก็จะรู้สึกถดถอยหรือท้อแท้ไม่มีกำลังใจที่จะทำงานที่กำลังทำอยู่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าทำสำเร็จจะได้รับอานิสงส์สุดจะพรรณนา

ด้วยเหตุนี้ การปลูกฝังความอดทนต่อทุกขเวทนาให้เกิดเป็นนิสัยตลอดชีวิตของคนเราจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรีบทำ

3.ความอดทนต่อความเจ็บปวด เจ็บใจ หมายถึง ความอดทนต่อความโกรธ ความไม่พอใจ ความขัดใจ อันเกิดจากพฤตติกรรมของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะมีการกระทบกระทั่ง ด้วยคำพูดเยาะเย้ย ถากถางด้วยกิริยามารยาท ที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนความไม่ยุติธรรม ทั้งจากผู้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงานทุกฝ่าย

ความเจ็บใจเกิดจากกิเลสตระกูลโทสะ ซึ่งแฝงอยู่ในใจของทุกคนตั้งแต่เกิด ถ้าคนเราสามารถข่มกิเลส คือโทสะให้สงบลงได้ แม้ใครจะแสดงพฤติกรรมชั่วร้ายกระทบกระทั่งก้าวร้าวต่อเรา เราก็สามารถวางเฉยได้ด้วยใจสงบ ความเจ็บใจย่อมไม่เกิดขึ้น

ตามธรรมดานั้น เราไม่สามารถห้ามผู้อื่นมิให้แสดงพฤติกรรมกระทบกระทั่งเราได้ แต่เราสามารถข่มใจของเราเองให้สงบได้ ด้วยการไม่ถือโทษโกรธผู้อื่นหรือด้วยการให้อภัยทานถ้าเราสามารถทำได้ ความร้าวฉาน ความอาฆาต บาดหมางระหว่างตัวเราและผู้อื่นย่อมไม่เกิดขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การฝึกความอดทนต่อความเจ็บใจด้วยการข่มโทสะให้สงบลง ด้วยการวางเฉยไม่ถือโทษโกรธกันและกันจึงควรรีบปลูกฝังกันให้เป็นนิสัยตลอดชีวิตทุกๆคน

4.ความอดทนต่อความยั่วยวน หมายถึง ความอดทนต่อกิเลสตระกูลโมหะ คือความรู้ไม่จริงหรือความหลงใหลได้ปลื้ม เช่น หลงใหลกับคำสรรเสริญเยินยอหลงใหล กับลาภ ยศ ชื่อเสียง ตลอดจนอบายมุขต่างๆ เป็นต้น

เอาชนะความไม่อดทน

เอาชนะความไม่อดทนช่วงสั้นๆ ในระยะยาวการพัฒนาความอดทนต้องมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติชีวิต แต่ก็พัฒนาได้เร็วด้วยการเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายเมื่อรู้สึกหมดความอดทน หายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งและพยายามทำจิตใจให้ผ่องใส แค่ลองหายใจเข้าออกก็จะสามารถกลับมาอดทนได้

ปล่อยไป ถ้าจัดการต้นเหตุของการขาดความอดทนไม่ได้ ถ้าไม่สามารถทำอะไรได้เพื่อแก้สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการขาดความอดทน ปล่อยไป พูดนั้นง่ายกว่าทำ แต่ก็เป็นไปได้

และเป็นเพียงสิ่งที่เดียวที่ทำได้เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี ตอนเริ่มแรกอาจเห็นว่ายากลำบากที่จะปล่อยไปถ้าเรื่องนั้นสำคัญต่อเรา ตัวอย่างเช่น รอเรียกตัวเข้าทำงานหลังสัมภาษณ์งาน แต่ก็บรรเทาการขาดความอดทนในเหตุการณ์ที่เล็กกว่านี้ได้ (เช่น การยืนต่อแถวในร้านสะดวกซื้อ)

ถ้าพยายามอย่างตั้งใจที่จะอดทนได้มากกว่านี้ในสถานการณ์ระยะสั้นที่น่าจะไม่มีผลใดๆ ก็จะพัฒนาความเข้มแข็งทีละนิดเพื่อรักษาความอดทนในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากที่สุด

5 วิธีสอนทักษะแก้ปัญหา อย่าให้ลูกขาดความอดทน

1. พ่อแม่เป็นแบบอย่าง พาลูกแก้ไขปัญหา

เมื่อเกิดปัญหาขึ้น พ่อแม่ต้องแก้ปัญหาให้ลูกดูอย่างใจเย็น มีสติ เป็นขั้นตอน ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร ห้ามมีอารมณ์โมโห โวยวาย แล้วไม่แก้ไขปัญหาให้ลูกเห็น

เช่น ลูกทำแก้วน้ำแตก ก็ให้บอกลูกว่า ไม่เป็นไรนคะ เดี๋ยวเราไปหยิบไม้กวาด TMT whey protien ที่ตักผง มากวาดกันนะคะ ระหวังเหยียบเศษแก้วด้วยนะ พาลูกแก้ไขปัญหาตรงหน้า ทำความสะอาด เพื่อให้ลูกรู้ว่า ลูกต้องทำอย่างไรต่อ หากดุไปลูกก็กลัว และไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ ฝึกไปเรื่อย ๆ ลูกจะเป็นเด็กพยายามแก้ไขปัญหาได้เอง

2. ฝึกให้ลูกคิดบวกกับปัญหา

แต่บอกลูกต่อว่าของแบบไหนเล่นแล้วไม่ปลอดภัย เป็นอันตราย ตามด้วยคำพูดว่า “เมื่อเล่นเสร็จแล้ว ต้องช่วยกันเก็บด้วยนะคะ โอเคไหม” เพื่อเป็นการฝึกการแก้ปัญหา และฝึกระเบียบที่ดีให้กับลูก

3. ตั้งคำถามกับลูกเมื่อเจอปัญหา

เมื่อพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้าน เวลาเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ให้ถามความเห็นของลูกด้วย เพื่อที่จะได้สอนลูกให้แก้ปัญหาที่ถูกต้อง เช่น เวลาถังขยะเต็ม แล้วเจอคนทิ้งขยะไม่เป็นที่

ก็ให้ถามลูกว่า ถ้าเป็นลูก หนูจะทิ้งขยะตรงไหนคะ เมื่อลูกตอบ ก็ให้ถือโอกาสสอนลูกไปเลยว่า ให้เก็บใส่กระเป๋า หรือถือไว้ก่อน เมื่อเจอถังขยะที่ทิ้งได้ค่อยทิ้งลงไป เราจะไม่ทิ้งขยะไม่เป็นที่นะคะ เป็นต้น

4. สอนให้รู้จักอารมณ์ตัวเอง

เมื่อเจอปัญหา หรือเหตุการณ์ไม่ได้ดั่งใจ เช่น ลูกทำรถของเล่นพัง แล้วรถวิ่งไม่ได้ ลูกร้องไห้ โวยวาย ให้พ่อแม่แสดงท่าทีว่ารับรู้ว่าลูกโกรธ บอกลูกว่า พ่อแม่รู้ค่ะ ว่าลูกโกรธอยู่

เพื่อให้ลูกรู้จักอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ ว่าที่ลูกร้องไห้ กระสับกระส่าย โมโห ก้าวร้าวอยู่ เพราะลูกกำลังรู้สึกผิดหวัง ให้ดึงลูกมากอดไว้เพื่อให้อารมณ์เย็นลง

จากนั้นค่อยถามว่าจะทำอย่างไรต่อ เพื่อแก้ปัญหา เช่น ลองซ่อมรถของเล่นดูไหม เล่นอย่างอื่นแทนได้ไหม หรือ สอนให้ลูกเก็บเงินเพื่อซื้อของเล่นชิ้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม เป็นต้น

5. ฝึกให้ลูกอดทนเป็น รู้จักรอคอยได้

ความอดทน การรู้จักรอคอย สมรรถภาพ มีความจำเป็นมากในการแก้ปัญหาสำหรับลูกเมื่อโตขึ้น เช่น เมื่อพาลูกไปเที่ยวนอกบ้าน ให้สอนลูกต่อคิวซื้ออาหารทุกครั้ง แม้ลูกจะหิวมาก

พ่อแม่ก็ต้องไม่หวั่นไหว ต้องรอคิวต่อไป และบอกลูกว่า “แม่รู้ว่าลูกหิว แต่เรามากินขนมรองท้อง หรือดื่มน้ำก่อนได้ไหมคะ เพราะยังไงเราก็ต้องรอคิวค่ะ” เพื่อเป็นการสอนให้ลูกลองแก้ปัญหาก่อน เพื่ออดทนรอคอยอาหารได้

ทุกการสอนลูก พ่อแม่ต้องมีความอดทนเป็นอย่างมาก ใช้เวลายาวนาน ขยันสอนซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดการจดจำ การแก้ปัญหาก็เช่นกัน ต้องทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น และพาลูกแก้ปัญหาไปด้วยกัน โตขึ้นลูกจะได้จดจำและแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองได้

ทำไมถึงต้องอดทน

พยายามหาสาเหตุว่าทำไมถึงต้องเร่งรีบขนาดนั้น. ตัวอย่างเช่น เวย์ โปรตีน TMT รอให้การประชุมครั้งสำคัญเริ่มขึ้น! เรามักจะสูญเสียความอดทนเมื่อทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หรือเมื่อตารางเวลาเราแน่น คาดหวังให้วันแห่งความยุ่งยากและวุ่นวายผ่านไปภายในแค่สองสามนาทีเท่านั้น

  • ถ้าทำหลายอย่างมากเกินไป ควรเขียนสิ่งที่ต้องทำว่ามีอะไรบ้างก่อนที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงการกระทำตามปกติเพื่อจัดการสถานการณ์ที่ยากจะรับมือไหว
  • พยายามแยกย่อยงาน จะได้ทำงานเพียงงานเดียวขณะนั้น ไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งรออยู่เฉยๆ ทั้งที่กระตือรือร้นอยากวุ่นอยู่กับการทำอะไรสักอย่าง
  • มอบหมายสิ่งที่รับผิดชอบให้ผู้อื่นถ้าทำได้ หน้าที่อาจเป็นบททดสอบความอดทนแต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งงานกันทำด้วย

หาต้นเหตุที่ทำให้ขาดความอดทนบ่อยๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่ทำอะไรเลย! การขาดความอดทนจะค่อยแทรกซึมเข้ามาและถ้ารู้สึกวิตก กังวล หรือไม่มีความสุข อาจไม่แม้แต่รู้ตัวว่าสาเหตุที่แฝงอยู่ในความรู้สึกเหล่านี้คือการขาดความอดทน หาสาเหตุให้เจอจะช่วยให้รู้ตัวเพื่อลดการขาดความอดทนบ่อยๆ

  • เหตุการณ์ ผู้คน ถ้อยคำ หรือสถานการณ์ไหนก็ตาม ที่เหมือนมักจะทำให้สูญเสียความเยือกเย็น นั่งลงและเขียนทุกอย่างที่ทำให้วิตกกังวล เครียด ไม่สบายใจ หรือขับข้องใจ ต้นเหตุส่วนใหญ่ที่สำคัญ คือความจริงที่เรายากจะยอมรับ และความจริงที่ยากจะยอมรับสำหรับเรานั้นคืออะไร

หาแบบแผน. การรู้ตัวว่าขาดความอดทนยังให้โอกาสที่จะเรียนรู้จากการขาดความอดทนนั้นและบางทีอาจเปิดเผยสัมพันธภาพหรือสถานการณ์ สมรรถภาพ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพหรือไม่สร้างสรรค์เลย

อีกทั้งเปิดเผยว่าเราอาจมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลง พอรู้สาเหตุจากนั้นก็จะคิดถึงประเด็นปัญหาอย่างมีเหตุผลและตัดสินใจว่าการขาดความอดทนนั้นมีเหตุผลหรือมีประโยชน์ไหม ส่วนใหญ่ก็ไม่มีเหตุผลและไม่มีประโยชน์ จากนั้นหาทางแก้ปัญหาอันเป็นสาเหตุดีกว่าเอาแต่เครียดกับปัญหานี้

You might also enjoy:

Leave A Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *