ผู้ชายสุขภาพดีกับ อาหารเสริมผู้ชาย

อาหารเสริมผู้ชาย

อาหารเสริมผู้ชาย หนุ่มคนไหนอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี แข็งแรงมีกล้ามที่สวยงามเป็นมัด ๆ เป็นหนุ่มนาน ๆ ไม่แก่ง่าย เป็นที่สนใจของสาวๆ แล้ว นอกจากรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ สะอาดปลอดภัยแล้ว หนุ่มๆ ควรหันมาดูแลสุขภาพ และ รู้จักหาสิ่งดีๆ ให้กับตัวเองเสมอ

ผู้ชายที่มีหน้าท้องแบนราบมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ก็ไม่ได้บ่งบอกว่าสุขภาพจะดีปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บเสมอไป บ่อยผู้ชายผอม อาจเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าผู้ชายอ้วนก็มี

มาดูวิธีง่ายๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพของท่านผู้ชายทั้งหลายกัน

1. การกินแบบผู้ชาย

การกินของผู้ชายจะแตกต่างจาการกินของผู้หญิง เนื่องจากสรีระร่างกาย และระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมากกว่าผู้หญิง

ดังนั้นผู้ชายจะต้องการอาหารที่ให้พลังงานมาก ๆ จำนวนแคลอรี่ที่มากกว่า เช่นอาหารประเภทแป้ง และไขมันมากว่าผู้หญิง นอกจากนั้นผู้ชายที่รักสุขภาพยังต้องการอาหารเสริม สำหรับผู้ชาย ที่หลากหลายเช่น

โดยเฉพาะทางร่างกายเสริมสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มน้ำหนัก หรือ ทำหน้าที่เป็น ยา เสริม สมรรถภาพ เพศ ชายชั้นดี

เช่น

  • หอยนางรม
    หอยนางรมเป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย และจัดว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีธาตุสังกะสีมาก เพื่อช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานปกติ เป็นยา เสริม สมรรถภาพ เพศ ชายอย่างดีนั่นเอง
  • โสม
    เป็นยาอายุวัฒนะ ที่ชาวจีนนิยมใช้มีใช้เป็นยาบำรุงร่างกายกันมานับ 5 พันปีแล้ว นอกจากสรรพคุณหลักๆ ในการบำรุงร่างกาย ทำให้เลือดลมเดินสะดวกแล้ว โสม ยังจัดว่าเป็นยาบำรุงทางเพศชั้นดีไม่แพ้ ถั่งเช่า เลยทีเดียว จึงนับได้ว่า โสมมีประโยชน์ต่อร่างกาน และบำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย หรือ ยา เสริม สมรรถภาพ เพศ ชายชั้นดีเลยทีเดียว
  • กำลังช้างสาร
    แก้อาการปวดเมื่อยตามเส้นในสมัยโบราณมักนิยมนำสมุนไพรตัวนี้มาเข้าตำรับทำเป็นยาดองเหล้า ยา เสริม สมรรถภาพ เพศ ชาย ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ
    การรับประทานสมุนไพรกำลังช้างสารตำรับสมุนไพรเหมาะอย่างยิ่งสำหรับอาหารเสริมผู้ชาย ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ชายที่ออกกำลังกาย เพิ่มกล้ามเนื้อ
  • กระชายดำ
    แก้ปวดเมื่อย หอบหืด เหนื่อย อ่อนเพลีย สำหรับชาวม้งแล้ว จะพกกระชายดำติดตัวในถุงสะพายเสมอไปทำสวนทำไร่เลยทีเดียว เมื่อพวกเขาเหนื่อย หอบ อ่อนเพลียก็จะหยิบออกจากถุงสะพายมารับประทานได้ทันที นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว
  • ไข่
    สุดยอดอาหาร ที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง Ttmtprosport นอกจากนี้แล้วไข่ยังมีธาตุสังกะสี วิตามินบี ที่ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชายอีกด้วย วิตามิน บี 5 และ วิตามิน บี 6 ในไข่ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เครียด และที่สำคัญ ยังช่วยรักษาฮอร์โมน เพื่อให้การขับเคลื่อนพลังทางเพศ หรือ ช่วยเป็น ยา เสริม สมรรถภาพ เพศ ชาย เพื่อให้ฮอร์โมนเพศชาย ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • น้ำผึ้ง
    น้ำผึ้งจะมีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า โบรอน แร่ธาตุชนิดนี้จะช่วยเผลาพลาญ พลังงานในร่างกายและช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน ซึ่งมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ช่วยบำรุงร่างกายชายและหญิงอย่างดี ดังนั้นน้ำผึ่งจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ เป็นอาหารเสริมเพศชายได้อย่างดีเลยทีเดียว

ควรจะเสริมอาหารเสริมอื่นๆ จำพวกผักผลไม้ ต่างๆ เช่น มะพร้าว, มะม่วง, มะละกอ กล้วย, มะตูม, แอปเปิล, เชอรี่, องุ่น, ลูกพลัม, ทับทิม, องุ่นดำ เชอรี่ดำ ผลไม้จำพวกนี้วิตามินและ เส้นใยอาหาร นอกจากนี้ อาหารเสริมพลังทางเพศชาย อีกจำพวก ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือยาว, แครอท, ข้าวโพด, แตงกวา และผักอื่น นั้นเอง

2.การออกกำลังกาย

วิธีการออกกำลังกายง่าย ๆ สามารถทำได้ที่บ้าน เช่น

การวิดพื้น (Push-up)
การวิดพื้นเป็นการออกำลังกายพื้นฐานที่ชายไทยทุกคนรู้จักกันดี เวย์ โปรตีน TMT และเลยทำกันมาแล้วแทบทุกคน การวิดพื้นที่ถูกวิธีจะเกิดประโยชน์มากมายกับร่างกาย จะช่วยทำให้กล้ามเรื้อแขน หัวไหล่ กล้ามเนื้อส่วนอก และหน้าท้องแข็งแรง ช่วยในเรื่องระบบหายใจ

การวิดพื้น นอนราบกับพื้น ใช้ปลายเท้าสองข้างกดที่พื้นกางขาเสมอตัว ใช้กำลังแขนและขายกลำตัวให้ขึ้นและลงสลับกันไป สามารถทำเป็นเซต เซตละ 10 – 20 ครั้ง หรือแล้วแต่กำลังที่ทำได้

การลุกนั่ง (Squat)
คือการเอามือสองข้าง ไพร่ที่ท้ายทอย แล้วย่อตัวลงจนเกือบจะเป็นการนั่งแล้วยืนขึ้น ทำขึ้นลงสลับกัน จะทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10 – 20 ครั้ง หรือตามความสามารถที่จะทำได้ การออกกำลังกายลักษณะลุกนั่ง จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าขาแข็งแรง

ยืนเขย่ง (Calves Raise)
ยืน เอามือสองข้าง ไพร่ที่ท้ายทอย แล้วแล้วยืดตัวเขย่งขึ้นลงสลับกัน จะทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 30 – 40 ครั้ง หรือตามความสามารถที่จะทำได้ การออกกำลังกายลักษณะลุกนั่ง จะช่วยให้กล้ามเนื้อน่องและขาแข็งแรง

บริหารหลังแขนด้วยเก้าอี้ (Chair Dip)
เอามือสองข้างเท้าเก้าอี้หรือบันได และยกตัวขึ้นลง ทำสลับการไปเรื่อยๆ ตามกำลังที่สามารถทำได้

  • การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยในเรื่องของ กล้ามเนื้อหลังแขน เพิ่มกล้ามเนื้อแขน
  • การนอนให้เพียงพอ
  • การนอน คือการพักผ่อนที่ดีที่สุด คนเราควรมีเวลาพักผ่อนโดยการนอนหลับอย่างน้อย วันละ 8 ชั่วโมง
  • การนอนจะทำให้ร่างกายหลังสารที่เรียกว่า สารเลปตินออกมา ซึ่งโดยปกติแล้วสารเลปตินนี้จะทำให้ร่างกายรู้ว่าเรากินอาหารพอแล้ว

ดังนั้นเมื่อน้อยกว่าที่ควรหรือนอนไม่พอ ร่างกายของเราก็จะผลิตเลปตินได้น้อยลง และเราก็จะรู้สึกหิวและต้องการอาหารมากขึ้น และอาจทำให้เกิดโรคอ้วนตามมานั้นเอง

รับประทานวิตามินซีมากไป ให้ผลเสียอย่างไรบ้าง ?

Vitamin C เป็นสารอาหารที่ให้ประโยชน์และไม่มีโทษใด ๆ ต่อร่างกาย ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีมากเกินปริมาณที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันนั้น จะไม่เป็นการส่งผลให้ร่างกายเกิดโรคร้ายแรงใดๆ แต่การได้รับปริมาณวิตามินซีที่มากจนเกินไป ก็ยังคงส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนี้

ผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากการมีวิตามินซีมากจนเกินไปอาจทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ไม่หมดหรือไม่ถูกดูดซึม และวิตามินซีที่ไม่ถูกดูดซึมนี้นี่เองที่ทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคือง ร่างกายมีปริมาณธาตุเหล็กมากเกินไป วิตามินซีทำหน้าที่กระตุ้นการดูดซึมธาตุเหล็ก เมื่อวิตามินซีมากเกินไปก็เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมเอาธาตุเหล็กมากขึ้นตามไปด้วย เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต เมื่อวิตามินซีมากเกินไป ส่วนที่เกินมาและไม่ถูกดูดซึมนั้นจะถูกขับออกมาเป็นของเสีย ซึ่งของเสียที่ว่านั้นเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดนิ่วในไต

นอกจากความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ยังมีผลเสียอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • ท้องร่วง
  • ท้องอืด
  • เป็นตะคริวที่ท้อง
  • มีความรู้สึกไม่สบายท้อง
  • วิงเวียนศีรษะ
  • อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • นอนไม่หลับ

วิตามินซีแค่ไหนถึงเรียกว่ามากเกินไป ?

  • สำหรับเพศชายควรได้รับวิตามินซี 90 มิลลิกรัมต่อวัน และสำหรับเพศหญิงควรได้รับปริมาณวิตามินซี 75 มิลลิกรัมต่อวัน
  • วัยผู้ใหญ่ควรได้รับปริมาณวิตามินซี2,000มิลลิกรัมต่อวัน
  • แต่ถ้าหากร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินซีมากเกินกว่าที่แนะนำ อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

และในสัดส่วนปริมาณของการรับประทานวิตามินซีในแต่ละช่วงอายุเป็น ดังนี้

  • เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับวิตามินซี 15 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับวิตามินซี 25 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เด็กอายุ 9-13 ปี ควรได้รับวิตามินซี 45 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เพศหญิง อายุ 14-18 ปี ควรได้รับวิตามินซี 65 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เพศหญิง อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินซี 75 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เพศชาย อายุ 14-18 ปี ควรได้รับวิตามินซี 75 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เพศชาย อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินซี 90 มิลลิกรัมต่อวัน

วิตามินซี เป็นสารอาหารที่ให้คุณค่าแก่ร่างกายชนิดที่เรียกว่าไม่ควรขาดวิตามินซี แต่อย่างไรก็ตาม ของสิ่งใดที่มากหรือน้อยจนเกินไป ย่อมก่อให้เกิดผลเสียได้เสมอ ดังนั้น การรับปริมาณวิตามินซีในระดับที่มีการแนะนำและเป็นสัดส่วนที่เพียงพอต่อร่างกาย จึงถือว่าเป็นการปลอดภัยและได้คุณค่าต่อร่างกายอย่างสูงสุด

You might also enjoy:

Leave A Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *