ยาบำรุง

ยาบำรุง สุขภาพ ควรกินอาหารอะไรดี?

ยาบำรุง

ยาบำรุง ปัจจุบันยาบำรุงมีให้เลือกกันมากมายหลายสารบำรุง หลากวิตามิน มีให้เลือกเยอะจนเราต้องมีงง ๆ บ้างใช่ไหมล่ะ ซึ่งยาบำรุงทั้งหลายเนี่ยเค้าไม่ได้ทานแค่เพื่อผิวสวยเท่านั้นนะเออ เค้ายังทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ของร่างกายก็ได้เช่นกัน เช่น อ่อนล้าอ่อนเพลีย หรืออยากบำรุงสมอง ระบบระสาท เป็นต้น เลยจะมาแนะนำวิธีทานยาบำรุง อาการแบบนี้? ควรทานยาบำรุงตัวไหนบ้าง มาดูกันเลย

  • วิตามินซี เป็นของดีสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ โดยหลัก ๆ แล้วภูมิแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เหมือนทหารหมดแรงก็โดนฝ่ายศัตรูบุกเข้ายึดฐาน วิตามินซีจะไปช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น การทานวิตามินซี เป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสมจึงดีต่อภูมิคุ้มกันและดีสำหรับผิวพรรณอีกด้วย สำหรับคนที่มักเป็นหวัดบ่อย ๆ ควรกินครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ร่วมกับอาหาร โดยวิตามินซีจะมีมาในหลายรูปแบบเลยทีเดียว มาดูกันไปทีละอันว่าเราจะเหมาะกับแบบไหน
  • วิตามินซีอัดเม็ดสำหรับกลืนพร้อมน้ำ ที่เราจะเห็นบางแบรนด์จะมาเป็นเม็ดเรียวใหญ่โต ดูกินยากอยู่แต่จริง ๆ ก็ไม่ยากเท่าไหร่ พวกนี้จะมีขนาดตั้งแต่ 25-1,000 มิลลิกรัม การเลือกกินควรเป็นแบบ Buffered, Sustained Release หรือ Slow Release ที่จะค่อย ๆ ปล่อยตัวยาออกมาช้า ๆ
  • วิตามินซีจึงออกฤทธิ์ได้นานและไม่ระคายกระเพาะ สำหรับใครที่กลัวว่าจะกลืนยาก เลือกซื้อแบบแคปซูลจะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น
  • วิตามินซีแบบเม็ดสำหรับอม/เคี้ยว เด็ก ๆ น่าจะชอบแบบนี้ แต่ข้อควรระวังคือวิตามินซีจะออกมาเคลือบฟันจนฟันกร่อน ส่วนแบบเคี้ยวก็ต้องระวังฟันผุ เพราะหวานอร่อยเคี้ยวง่าย ผู้ใหญ่ก็กินได้ด้วยนะ
  • วิตามินซีแบบเม็ดฟู่ แบบนี้คือใส่น้ำให้ละลายเป็นฟองฟู่แบบอีโน แต่ต้องระวังให้ฟองหมดก่อนแล้วจึงดื่ม มิฉะนั้นอาจท้องอืดได้
  • วิตามินซีแบบฉีด วิตามินซีแบบนี้จะออกฤทธิ์ป้องกันหวัดได้ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ซื้อมาจิ้มแขนฉีดเองแน่นอน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่อนเพลียง่าย ง่วงซึมทั้งวัน ควรทานอะไรดี

  • วิตามินบี คนที่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง ใช้ชีวิตแบบเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง แนะนำให้ทานวิตามินบีรวม จะช่วยเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ ป้องกันโรคเหน็บชา คนกินเจต้องระวัง ถ้าขาดวิตามินบีก็จะทำให้อ่อนล้าหมดแรงได้
  • วิตามินซี มีผลวิจัยว่าคนที่ได้รับวิตามินซีน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวันจะมีอาการอ่อนเพลีย ในขณะที่คนได้รับวิตามินซี 400 มิลลิกรัมต่อวันจะไม่มีอาการอ่อนเพลียเลย ดังนั้น วิตามินซีก็ต้องไม่ขาดนะ
  • ธาตุเหล็ก เกี่ยวข้องกับการขนส่งออกซิเจนสู่ปอด แน่นอนว่าถ้าเราขาดธาตุเหล็กก็จะเกิดอาการอ่อนเพลีย ขาดสมาธิ กล้ามเนื้ออ่อนแอ เมื่อยล้า มีข้อแนะนำสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ต้องได้รับธาตุเหล็กให้เพียงพอ และจะให้ดีควรปรึกษาแพทย์สำหรับคนที่มีอาการอ่อนล้าผิดปกติในวัยหมดประจำเดือนหรือโรคโลหิตจาง อาจต้องมีการทานธาตุเหล็กเสริมเพื่อให้อาการดีขึ้น
  • แม็กนีเซียม มีหน้าที่ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ไปเป็นพลังงาน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าขาดพี่เขาร่างกายจะขาดพลังงานและเหนื่อยล้าได้ง่าย ๆ
  • Zinc สังกะสี ก็เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตพลังงาน ควบคุมการทำงานของอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด ที่อาจได้รับสารอะไรมากเกินไปจนทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เช่น อลูมิเนียม ตะกั่ว และแคดเมียม

อยากที่บอกกันไปว่า วิตามินบีรวมและน้ำมันปลา ช่วยเรื่องระบบประสาทและสมอง โดยวิตามินบี 6 จะเกี่ยวข้องการเกี่ยวข้องการการผลิตเซโรโทนินหรือสื่อนำประสาท ช่วยเพิ่มความสามารถในการจำได้ดีขึ้น ส่วน วิตามินบี 12 จะช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงไปเลี้ยงสมอง และแน่นอนว่าน้ำมันปลาหรือ Fish Oil นั้นมีโอเมก้า 3 ที่เรารู้กันมานานแล้วว่าช่วยบำรุงสมองนั่นเอง

ขึ้นชื่อว่าอาหารเสริม ก็แสดงว่าเม็ด ๆ เหล่านี้ช่วยเพียงเสริมส่วนที่เราขาดหาย ได้รับไม่พอเท่านั้นเอง เราก็ต้องอย่าลืมว่าในอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันสำคัญที่สุด

หากกินให้ได้สารอาหารครบถ้วนก็จะช่วยบำรุงสมองและช่วยให้ระบบการทำงานภายในร่างกายของเราเป็นไปด้วยดีตามปกติ นอกจากนี้การออกกำลังกายก็ช่วยเรื่องสุขภาพดีด้วยอย่างแน่นอน

แทบจะเรียกได้ว่าช่วยแก้ไขสารพัดปัญหาที่เราต้องไปหาซื้อวิตามินเสริม แต่การกินอาหารเสริมก็เป็นตัวช่วยที่ดีมากภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะหากกินเกินขนาด

โดยไม่จำเป็นก็อาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน และอย่าลืมเลือกทานอาหารเสริมจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ได้รับการรับรองต่าง ๆ

ยาบำรุงร่างกายต้องดูอะไรบ้าง

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งหนึ่งที่ใครๆก็ปรารถนาพึงมี และด้วยในปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ ตัวยาใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และตัวยาที่กำลังเป็นที่นิยมและทำให้ผู้คนเชื่อว่าสามารถบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้ นั่นก็คือ “ยาบำรุงร่างกาย” นั่นเอง

ปัจจุบันมีผู้ผลิตยาบำรุงร่างกายนี้ออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้มีตัวเลือกในหลาย แบรนด์ หลายรูปแบบ แต่เราจะเลือกทานแบบไหน ของแบรนด์ไหนที่จะเหมาะสมกับร่างกายและได้ผลกับเราจริงๆ

และไม่เป็นอันตรายกับตัวเอง ก่อนที่จะเลือกหรือตัดสินใจรับประทานยานั้น ก็ควรจะทำการศึกษาตัวยาแต่ละตัว โดยมีเทคนิคดังต่อไปนี้

1.เลือกรับประทานยาของแบรนด์ที่ได้รับการรับรองตามเครื่องหมาย อย. ว่าปลอดภัยและมีวางจำหน่ายในแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพราะตัวยานี้มีทั้งที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและของที่ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน

ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีผู้ขายที่ไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้จริง ทำให้การผลิตยาไม่ได้มาตรฐานหรืออาจจะมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายผสมอยู่ในตัวยานั้นก็เป็นได้ ดังนั้นไม่ควรจะเลือกรับประทานตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือยาเถื่อน เพราะนั่นอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เป็นอย่างมาก

2.เมื่อซื้อยามาแล้ว ก็ควรศึกษาวิธีรับประทานให้ถูกวิธี

ควรจะศึกษาวิธีการรับประทานที่อยู่ข้างขวดหรือที่ถุงยาก่อนทุกครั้งก่อนรับประทาน และควรปฏิบัติตามวิธีขั้นตอนเพื่อความถูกต้องและปลอดภัยในการใช้ยา

3.ควรทานยาในเวลาที่เหมาะสม

โดยปกติแล้วยาบำรุงร่างกายเหมาะกับจะทานในเวลาเช้า เวย์โปรตีน แต่ในบางตัวยาก็ต้องรับประทานมากกว่าวันละ1ครั้งแล้วแต่ตัวยา ดังนั้นควรจะทำการศึกษาและรับประทานให้เหมาะสมกับเวลาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

4.ควรเลือกยาบำรุงร่างกาย

ที่มีส่วนผสมของวิตามินที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย แต่ละบุคคลนั้นจะมีความต้องการในวิตามินที่ต่างกัน โดยคำนึงถึงปัญหาสุขภาพ อายุ กิจกรรมหลัก แต่สำหรับทางที่ดีที่สุดคือ วิตามินรวม เพราะว่าวิตามินรวมจะรวมทุกชนิดในการบำรุง

5.ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และครบ 3 มื้อ ดังปกติ

ถึงแม้ว่าคุณจะทานยาบำรุงร่างกายก็ตาม เพราะยาบำรุงจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น ถ้าหากทานยาบำรุงเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้รับสารอาหารที่ครบนั่นก็ไม่อาจทำให้ร่างกายนั้นสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นมาได้

จะเห็นได้ว่าการทานยาบำรุงร่างกายนั้นจะช่วยเสริมให้ผู้ที่มีปัญหาทางร่างกายได้ทานเป็นตัวช่วยเสริมให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นเพียงแค่การเสริม

สิ่งสำคัญจริงๆนั่นก็คือการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาตินั้นถือว่าดีที่สุด ทั้งการออกกำลังกาย การทานอาหาร และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

อาหารเสริม ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก whey protien TMT อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือเพื่อบำรุงสุขภาพตามความเชื่อของบางบุคคล ส่วนสารอาหารที่มักถูกนำมาทำเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพรต่าง ๆ เป็นต้น

อาหารเสริมถูกผลิตออกมาให้สามารถรับประทานได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด แบบแคปซูล แบบผง หรือแบบน้ำ โดยอาหารเสริมอาจเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ ที่ผู้ป่วยต้องรับประทานภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น หรืออาจถูกวางจำหน่ายตามร้านขายยา ซึ่งผู้บริโภคควรรับประทานตามคำแนะนำของเภสัชกรและข้อบ่งชี้ที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัด

ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม ?

บางคนมีความเชื่อว่า การรับประทานอาหารเสริมอาจช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติมจากสารอาหารที่ได้รับจากมื้ออาหาร เพราะสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายหรือการมีสุขภาพดีโดยส่วนใหญ่ สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารให้ครบโภชนาการทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

ส่วนผู้ที่อาจมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม ได้แก่ ผู้ที่กำลังป่วยด้วยภาวะต่าง ๆ ผู้ที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าร่างกายมีภาวะขาดสารอาหารชนิดใด ๆ ก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร และผู้ที่ไม่สามารถบริโภคสารอาหารเหล่านั้นได้ในปริมาณที่ร่างกายสมควรได้รับ เป็นต้น ทั้งนี้ หากร่างกายขาดสารอาหารบางชนิด อาจทำให้เกิดภาวะอาการป่วยที่สร้างปัญหาแก่สุขภาพได้ เช่น

  • การขาดวิตามินเอ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสายตา ภาวะผิวแห้ง ผมแห้ง หรือคันระคายเคืองที่ผิวหนัง เป็นต้น
  • การขาดวิตามินบี อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง  มือชา เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ซึมเศร้า ผิวหนังอักเสบ หรือปากนกกระจอก เป็นต้น
    การขาดวิตามินซี อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ผิวแห้ง ผมแตกปลาย เกิดรอยฟกช้ำได้ง่าย เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม โรคลักปิดลักเปิด และภูมิคุ้มกันร่างกายต้านทานการติดเชื้อได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ป่วยง่าย เป็นต้น
  • การขาดวิตามินดี อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน อาการปวดตามกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น
  • การขาดธาตุเหล็ก อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง อาการอ่อนเพลีย เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพัฒนาการช้าทางร่างกาย การเคลื่อนไหว และกระบวนการคิด
  • การขาดแคลเซียม อาจทำให้เป็นตะคริวได้ง่าย เวย์ โปรตีน TMT อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งบริเวณมือและเท้า ปวดเกร็งหน้าท้อง หรืออาจนำไปสู่ภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้ในที่สุด

ในบางกรณี แพทย์จะเป็นผู้ดูแลแนะนำหรือกำหนดให้ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารเสริมในปริมาณที่เหมาะสม แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการบริโภคอาหารเสริมเพราะคิดว่าสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร พร้อมศึกษาข้อมูลการบริโภคอาหารเสริมแต่ละชนิดให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอ เพราะการรับสารอาหารชนิดใดเข้าสู่ร่างกายจนมากเกินพอดี อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน

อาหารเสริม ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ ?

ไม่ใช่อาหารเสริมทุกตัวที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย แม้อาหารเสริมบางชนิดจะผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการมาแล้วก็ตาม แต่อาหารเสริมและส่วนประกอบในอาหารเสริมเหล่านั้น อาจยังไม่ได้รับการพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้น การบริโภคอาหารเสริมอย่างผิดวิธี หรือเกินปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภคได้

ดังนั้น การรับประทานอาหารเสริมแต่ละชนิด จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อผู้บริโภคใช้อาหารเสริมตัวนั้นอย่างถูกวิธีในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *